นี่คือเรื่องราวของ “ยอดมนุษย์ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา”

แม้ใช้คำว่ายอดมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงเขาก็คือคนปกติเหมือนคนทั่วไป เพียงแต่หัวใจของความเป็นนักสู้ต่างหากที่ต้องสรรเสริญ

จากเด็กฐานะยากจน จนแบบจนจริงๆ สู่การเป็นฮีโร่คว้า 2 เหรียญทองเอเชียนเกมส์

ชื่อของเขาคือ อัสลาม อินามดาร์ นักกีฬากาบัดดี้ทีมชาติอินเดีย

ตอนที่ อินามดาร์ ยังเป็นเด็กอายุ 14 ปี เขาเดินทางไปทั่วรัฐมหาราษฏระ เพื่อลงแข่งกาบัดดี้โดยไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อตั๋วรถไฟ เขาต้องนอนใต้เบาะที่นั่ง ประทังชีวิตด้วยขนมปังค้างคืนหรืออาหารที่มีแจกตามงานแข่ง บางครั้งก็ต้องเก็บเศษอาหารที่เหลือมากิน ซึ่งมักหกเลอะเทอะอยู่ในกระเป๋าของเขา

“ถ้ามีงานอะไรให้ทำ ผมก็ทำหมด ล้างห้องน้ำ ขายน้ำผลไม้ ชงชา ทำงานในไร่นา ขอแค่ให้ได้ไปแข่งกาบัดดี้ ผมก็จะหาวิธีเดินทางไปที่นั่นให้ได้” อินามดาร์ กล่าว

จากเด็กล้างห้องน้ำ ปัจจุบัน อินามดาร์ เพิ่งช่วยให้อินเดียเอาชนะอิหร่าน คว้าเหรียญทองกาบัดดี้ประเภททีมชาย นับเป็นเหรียญทองเอเชียนเกมส์เหรียญที่สองของเขา

ระยะห่างระหว่างอินามดาร์ในอดีตกับปัจจุบันนั้น ต่างกันเหลือเชื่อ

“มันยังรู้สึกเหมือนเป็นความฝันอยู่เลย ผมมักจะนึกทึ่งอยู่เสมอว่า คนที่ครั้งหนึ่งเคยไม่มีแม้แต่อาหารจะกิน กลับกลายมาเป็นเจ้าของเหรียญรางวัลระดับนานาชาติถึงสองเหรียญได้ยังไง”

เขาโตในหมู่บ้านเล็กๆ เป็นหนึ่งในลูก 5 คนของที่บ้าน พ่อเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้แม่ต้องรับหน้าที่ดูแลครอบครัวเพียงลำพัง รับจ้างทำงานบ้าน ล้างจานตามที่ต่างๆ เพื่อหาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว ต่อมาพี่ชายได้เป็นตำรวจและเข้ามาดูแลรับผิดชอบครอบครัว รวมถึงช่วยจัดการเรื่องการแต่งงานให้กับน้องสาวทั้งสองคน

ฐานะทางบ้านค่อนข้างขัดสนมาก เขาจำได้ดีถึงบ้านที่ไม่มีทั้งพื้นและหลังคาที่แข็งแรง อาหารการกินก็ไม่แน่นอน มีบ้างไม่มีบ้าง

อินามดาร์ ทำงานตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 11 หรือ 12 ขวบ ก็เริ่มเก็บขวดเก่าขาย ต่อมาก็ทำงานสารพัดอย่าง เป็นลูกจ้างร้านน้ำชา ร้านขายน้ำผลไม้ รับจ้างล้างจาน ทำความสะอาดห้องน้ำ และทำงานในไร่ เขายอมรับตามตรงว่าบางครั้งก็เคยขโมยของกินเหมือนกัน เพราะท้องมันหิว เขาเลยไม่มีทางเลือก

แต่นอกจากการทำงาน เขายังหลงใหลกีฬา กาบัดดี้ จนไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนทั้งกลางวันและกลางคืน เขาก็จะหาเวลาไปฝึกซ้อมที่สนามเสมอ

กาบัดดี้ เป็นกีฬาที่คนจนแบบเขาพอเล่นได้ มันใช้อุปกรณ์น้อยและใช้สถานที่เพียงลานดินในหมู่บ้าน เมื่ออายุราว 14-15 ปี อินามดาร์เริ่มเดินทางไปแข่งขันตามรายการต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวในรุ่นน้ำหนัก 50 และ 55 กิโลกรัม ได้รับค่าตอบแทนราว 70-170 บาทต่อนัด

เป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่มีความหมาย ช่วยให้มีข้าวกินและช่วยให้สามารถเดินทางไปแข่งขันรายการต่างๆ ต่อไป

แต่ความจนไม่ใช่บททดสอบอย่างเดียว ในปี 2014 ขณะที่ทีมชาติอินเดียกำลังลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ อินามดาร์ ได้แต่ดูทีวี เพราะบาดเจ็บขาหัก อนาคตทีมชาติยังห่างไกล จนเมื่อหายดี เขาก็ไม่เคยหยุดทุ่มเทฝึกซ้อม

กระทั่งการมาของลีกอาชีพ “โปร กาบัดดี้ ลีก” ก็ได้พลิกโฉมชีวิตของอินามดาร์ เพียงฤดูกาลแรก เขาทำรายได้ถึง 270,000 บาท เขาบอกว่ามันมหาศาลชนิดพลิกชีวิต

ด้วยรายได้ก้อนใหญ่ก้อนแรก เขาเลือกซื้อสร้อยทองคำให้แม่ กาบัดดี้มอบความมั่นคงทางการเงิน การเป็นที่ยอมรับ และอาชีพการงาน อินามดาร์ กลายเป็นกัปตันทีมปูเนรี พัลตาน และสร้างชื่อจนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับแนวหน้าของอินเดีย

แล้วเขาก็คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์เหรียญแรกที่เมืองหางโจว และอีกสามปีต่อมา เขาก็คว้าเหรียญทองได้อีกครั้งที่เมืองนาโกยา

สำหรับ อินามดาร์ เหรียญทองไม่ใช่บทสรุปของความสำเร็จ แต่มันคือพยานของเส้นทางชีวิตอันเคี่ยวกรำ จากเด็กในครอบครัวยากจน ทำงานรับจ้างสารพัดอย่าง สู่การเป็นนักกีฬาอาชีพที่ประสบความสำเร็จ

เกิดมาจน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจนทั้งชีวิต

“ผมอยากให้นักกีฬารุ่นใหม่ที่ขาดแคลนเงินกล้าฝันให้ไกล และตั้งเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จให้เหนือกว่าสิ่งที่ผมทำได้ ผมอยากให้พวกเขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่ควรหยุดพยายามและไม่ควรเลิกเชื่อมั่นในตัวเอง” อินามดาร์ ทิ้งท้าย

ภาพ Getty Images