เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับสั่งการจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ให้ติดตามสถานการณ์พายุ และสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. 2569 อย่างใกล้ชิด จึงได้กำชับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ให้เตรียมแผนรับมือเชิงรุก ประเมินผลกระทบต่อเส้นทางบิน และสนามบินล่วงหน้า พร้อมปรับการบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สนามบิน สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการการเดินอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ลดผลกระทบต่ออากาศยาน ผู้โดยสาร และประชาชนให้มากที่สุด 

นายปัญญา  ชูพานิช  กรรมการ บวท. กล่าวว่า บวท. ได้เตรียมความพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ โดยได้วางมาตรการรองรับสภาพอากาศแปรปรวน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบิน ทั้งด้านทัศนวิสัยทางการบิน และอุปสรรคต่อเส้นทางบิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และคล่องตัว โดยติดตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งการพยากรณ์ล่วงหน้า และสภาพอากาศจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาประกอบการวางแผนบริหารจราจรทางอากาศ พร้อมกำหนดวิธีปฏิบัติรองรับกรณีเที่ยวบินต้องบินหลบสภาพอากาศ บินวนรอ หรือเปลี่ยนเส้นทางบินไปยังสนามบินสำรอง 

รวมถึงกำหนดแนวทางการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ ปรับเส้นทางบิน จัดลำดับเที่ยวบิน และบริหารความหนาแน่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากนี้ได้แจ้งเตือนให้เที่ยวบินขาเข้าทุกสนามบินเตรียมสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงรองรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น และสั่งการให้ศูนย์ควบคุมการบินทั่วประเทศเพิ่มระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือกรณีอุทกภัยหรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด และรายงานสถานการณ์แก่ฝ่ายบริหาร เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม บวท. ขอให้ผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. 2569 ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลง และอาจส่งผลต่อเวลาและเส้นทางบินในบางช่วงเวลา ขอให้เผื่อเวลาการเดินทางมายังสนามบิน โดย บวท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับแผนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศตามสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ และเกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด