เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ผักขณะนี้มีราคาแพง ว่า สิ่งที่เราจะทำ คือช่วยประสานจากผู้ผลิตไปสู่ตลาดกลางให้มากที่สุด และจะประสานกับรถทหาร เพื่อขนส่งผักเข้าไปในพื้นที่เข้าถึงยาก โดยจากสถานการณ์น้ำท่วม ยอมรับทำให้ผักมีราคาแพง จึงให้พาณิชย์จังหวัดทำงานกับ ผวจ. ส่งเรื่องอุปสรรค และปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรง มาถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประสานความช่วยเหลือไปในพื้นที่ เช่น ที่ จ.ปราจีนบุรี ที่ขาดสิ่งของจำเป็นในหลายจุด ทางกรมการค้าภายในได้ตั้งวอร์รูม ประสานผู้ผลิตผู้ค้าส่งในจุดต่างๆ หากพบว่าจุดใดขาดแคลนจะเชื่อมโยงกับผู้ผลิตส่งไปในพื้นที่ 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจศูนย์กระจายสินค้า พร้อมกำชับให้เติมคนและสต๊อกสินค้า พร้อมติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ถูกต้อง หากพบไม่ถูกต้อง ขายเกินราคา และฉวยโอกาสจะจัดการเต็มที่ หากทางกระทรวงลงไปไม่ทั่วถึง ขอให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 สำหรับเสียงร้องเรียนเรื่องราคาไข่ไก่แพง ทางกรมการค้าภายในได้หารือกับทางสมาคมผู้เลี้ยงและผู้ค้าไข่ไก่ และเกษตรกรมาหารือ ว่าไข่ไก่มีปริมาณเพียงพอที่จะส่งไปในทุกพื้นที่หรือไม่ โดยให้ส่งรายงานมากรมการค้าภายใน ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมให้ปริมาณทั่วถึงความต้องการทุกภาคส่วน พร้อมชะลอการส่งออก 3-50% และดึงเวลาของการส่งออกให้ช้าไป 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ปริมาณไข่ไก่ให้ทั่วถึง

เมื่อถามถึงการต่อยอดนำรถพุ่มพวงเข้าไปจำหน่ายในหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม นางศุภจี ย้อนถามว่า ตกลงรถพุ่มพวงมีประโยชน์หรือไม่ โดยเจตนาคืออยากให้เข้าไปในพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในราคาประหยัดได้ แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่จำเป็น ขณะที่บางพื้นที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะช่วงนี้ที่น้ำท่วม ต้องพิจารณาและพูดคุย ก็จะเข้าพื้นที่ห่างไกลได้อย่างไร

เมื่อถามถึง รายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ที่ผู้ชนะคือวิทยาลัยดุสิตธานี ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ารองนายกฯ เคยบริหารงานมาก่อน อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน นางศุภจี ย้อนถามว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร 

เมื่อถามย้ำว่า มีข้อสงสัยว่ากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในรายการดังกล่าวให้ด้วยหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ และไม่ทราบรายละเอียด ขอไปตรวจสอบก่อน รายการดังกล่าวถือว่าเป็นรายการปกติทั่วไป แล้วจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร แม้จะเคยบริหารงานที่ดุสิตธานี แต่ตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างไร หากยังดูแลดุสิตธานีอยู่ ก็อาจมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้เคยให้รายการดังกล่าว นำผลผลิตสินค้าจีไอที่เป็นสินค้าประจำถิ่นไปใช้ในรายการ ส่วนจะเป็นสปอนเซอร์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ