จากกรณีที่ “5 สว.” ยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย คดีฮั้ว สว. กรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมวินิจฉัยมติ และเหตุผลในสำนวนคดีฮั้ว สว. เข้าข่ายการกระทำผิด ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 234 และมาตรา 235

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. ในฐานะ 1 ใน 5 ที่ยื่นให้สอบ กกต.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ที่ไม่ใช่การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิด และขอให้คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามหลักการสันนิษฐาน ทางคดีอาญาซึ่งสันนิษฐานไว้ก่อน ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 

พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า ทุกอย่างที่กระทำ ต้องอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย ประธาน กกต. หรือ กกต.คนอื่นก็ต้องเคารพกฎหมาย เพราะ รธน. บอกว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ ก็ต้องทำหน้าที่อย่างมีอิสระ และปราศจากอคติทั้งปวง ในการใช้ดุลพินิจ ขอถามว่าที่ออกมาให้สัมภาษณ์มีอคติหรือไม่ และต้องไม่ขัดแย้งกับ รธน. แม้จะเป็นสิทธิของท่าน ที่จะออกไปให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น เสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับเสียงข้างมาก เสียงข้างมากก็ต้องให้เกียรติเสียงข้างน้อย หลักกฎหมายมีแค่นี้ในการลงมติ

“รธน. บอกไว้แล้วว่า การลงมติใดๆ ก็ตาม ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้าท่านเข้าใจคำว่าประมาณ ท่านก็ทำงานได้สะดวก ไม่ต้องมาชี้นำสังคมในทั้งที่ผิด ปัจจุบันนี้ ผู้รู้หรือกูรูทั้งหลาย ไม่ทำตัวเป็นกลางเลย ราชบัณฑิตมีไว้ทำอะไร มีไว้เพื่อให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ใช่ชี้นำว่า ฝ่ายนี้ผิด ฝ่ายนี้ถูก ท่านกล่าวหาเกินเลยถึงขนาดว่า เป็นรัฐประหารเงียบ ท่านพูดได้อย่างไร คำนี้มันแสลงใจ เพราะไม่ใช่หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านเคยทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย

ในขณะที่ท่านเป็นตุลาการ แต่เวลาท่านออกมาแล้ว ท่านลืมว่าท่านต้องมีจริยธรรมของนักกฎหมาย อยากเตือนสติท่านทั้งหลาย ที่ออกมาพูดชี้นำท่านเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น เคยมีตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรอิสระด้วยซ้ำไป บางท่านยังเป็นผู้ที่ร่วมกัน ออกกฎมาตรฐานทางจริยธรรม ทำไมไม่คิด ตอนที่ ท่านมีหน้าที่ ทำไมไม่แก้ หรือไม่มีเวลาแก้ ทำอะไรอยู่ พอออกมาแล้วที่ว่าคนอื่นไม่ดี จะดี จะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว” พ.ต.อ.กอบ กล่าว

เมื่อถามว่า จะยื่นสอบจริยธรรม สส. ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า คิดว่า สส. คงรู้ว่าอยู่ภายใต้จริยธรรมเหมือนกัน แต่ สส. บางท่านก็ไม่มีวุฒิภาวะ ท่านจบเมืองนอกเมืองนามา เอากฎหมายเมืองนอกมาใช้กับประเทศไทย มันไม่ได้ จะมากล่าวหาว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ถือว่าเป็นความลับ มันไม่ใช่ เพราะฉันจะรู้ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาคืออะไร และขณะนี้ กกต. ไม่ได้มีคำวินิจฉัย เพียงแต่มีมติ แล้วท่านก็ไปชี้นำว่า เป็นการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว มันไม่ใช่ คนต้องมีเหตุมีผล เป็นนักกฎหมายต้องมีเหตุผล มีหลักจริยธรรมของกฎหมาย สื่อก็ต้องมีจริยธรรมของสื่อ

พ.ต.อ.กอบ กล่าวต่อว่า การกล่าวหา สว. มีที่มาโดยมิชอบ ติงตั้งแต่วันแรกที่ดีเอสไอ ยื่นมือเข้ามาแล้วว่าไม่มีอำนาจสอบสวนแม้แต่นิดเดียว ยกเว้น กกต. เชิญเข้ามาให้ช่วยทำ ถ้าเขาไม่เชิญมา ก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เพราะ รธน. กำหนดให้ กกต. มีอำนาจพิจารณาคดี เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง แต่ในกฎหมาย ดีเอสไอมีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่า พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญ และมีอำนาจเฉพาะคดีพิเศษ ที่ตนเองทำได้โดยอัตโนมัติ และทำได้โดยผ่านคณะกรรมการคดีพิเศษ 

“การเอาเรื่องของการได้มาซึ่ง สว. เป็นคดีพิเศษ อย่างนี้ก้าวล่วงกฎหมายหรือไม่ และ กกต. ที่พยายามดึงดีเอสไอเข้ามา ทำเรื่องนี้ ท่านปฏิบัติหน้าที่ชอบหรือไม่ ที่บอกว่าคณะที่ 26 คือใคร คือ ดีเอสไอ 3 คน กกต. 4 คน และประธานคือนักวิชาการประจำวุฒิสภา ไปเป็นอย่างไร อย่างนี้จะมีความเป็นกลางและมีอคติหรือไม่ ขอให้ไปตรวจสอบด้วยอย่าตรวจสอบเฉพาะ สว. เพราะเรามาชอบตามกฎหมาย รธน. มาตรา 107” พ.ต.อ.กอบ กล่าว 

เมื่อถามว่า ไอลอว์ยังเปิดข้อมูลพยานหลักฐานอยู่ จะต้องยื่นดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า คิดได้ว่าการกระทำแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ไอลอว์มีวัตถุประสงค์อะไร ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องของกฎหมายไม่ใช่ไปชักจูงชี้นำ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด 

“ไอลอว์ เป็นใคร กกต. เป็นใคร สว. เป็นใคร สส. เป็นใคร ซึ่ง กกต. สว. สส. มีกฎหมายรองรับในการทำหน้าที่ แล้วไอลอว์มีหรือไม่ จะกล่าวหาใครโดยอิสระทำได้หรือ ไอลอว์เป็นนักกฎหมาย ครอบครัวไอลอว์ก็เป็นนักกฎหมาย แต่เอากฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคม ถือว่าผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116” พ.ต.อ.กอบ กล่าว 

เมื่อถามว่าย้ำว่า จะมีการดำเนินคดีในส่วนนี้หรือไม่ พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า ถือว่าเป็นสิทธิของคนที่ได้รับผลกระทบ