เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้จัดงานคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน กสทช.ครบ 15 ปี โดยมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ผู้ซึ่งกำลังมีข้อพิพาทในเรื่องการดำรงตำแหน่ง เป็นประธานในพิธีทำบุญใหญ่ของสำนักงานในช่วงครึ่งวันเช้า โดยมี พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย และนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช.และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช.เข้าร่วม โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งร่วมบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อสาธารณะประโยชน์

ขณะที่ 4 บอร์ด กสทช ประกอบด้วย รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัยพล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ดร.พิรงรอง รามสูต และ ศ. ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ เดินทางไปยังศาลแพ่ง ภายหลังศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่ นพ.สรณ ฟ้องบอร์ด 4 คน กรณีร่วมกันแถลงข่าวและเผยแพร่เอกสารทำให้ นพ.สรณ เสียชื่อเสียง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการการร่วมแสดงความยินดีทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นพ.สรณ พล.ต.อ.ณัฐธร และนายไตรรัตน์ รับช่อดอกไม้ บริเวณชั้น 1 อาคาร 5 หอประชุม สำนักงาน กสทช.นั้น ได้มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินมายังบริเวณสถานที่จัดงาน พร้อมชูป้ายขับไล่ นพ.สรณ และนายไตรรัตน์

ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายภายใน กสทช. หลังการประชุมบอร์ด กสทช.ล่มมาแล้ว 12 ครั้งตลอดเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และภาพวงประชุม 2 วง คือการประชุมของ นพ.สรณ ที่สำนักงานจัดประชุมให้ ส่วนอีกวงประชุมเป็นการประชุมนัดพิเศษ ของ 6 บอร์ด กสทช. โดยไม่มี นพ.สรณ และสำนักงาน กสทช.ไม่ได้จัดประชุมให้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยยึดหลักตามข้อกฎหมายภายหลังศาลปกครองกลาง พิพากษาว่า มติคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชี้ขาดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติแต่ต้น ถือเป็นผู้สละสิทธิ์ นพ.สรณ จึงต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมหรือทำหน้าที่ได้อีกต่อไป

ด้าน นพ.สรณ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการจัดประชุมและการเข้าร่วมประชุม กสทช.ว่า ทางสำนักงาน กสทช. ได้ส่งหนังสือเชิญประชุมแล้วในวันพรุ่งนี้ (8 ต.ค.69) แต่ตนยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมหรือทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมดังกล่าวหรือไม่ ขอยืนยันว่ายังไม่ได้มีการยื่นหนังสือขอลาประชุม และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการไม่เข้าร่วมประชุมทั้งที่เคยลาประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง นพ.สรณ ระบุว่า ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลก และสามารถปล่อยให้มีการจัดประชุมดำเนินการไปได้ พร้อมเน้นย้ำว่าเจตนารมณ์เดิมคืออยากให้มีการประชุมเกิดขึ้น และการดำเนินงานต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง หากมีการเชิญกรรมการ 6 คน โดยไม่เชิญอีก 1 คน แล้วอ้างเป็นเสียงส่วนใหญ่ ถือว่าไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย

นอกจากนี้ สำหรับข้อกังวลเรื่องกรณีอาจเกิดการเปิดประชุมซ้อนกัน 2 วง นพ.สรณ ชี้แจงว่า จะต้องไปตรวจสอบและพิจารณาตามกฎระเบียบบังคับว่าการประชุมใดมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์