เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 2 ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า พร้อมเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. และข้อสั่งการของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมุ่งเน้นการป้องกันและสกัดกั้น “การทุจริตขนาดใหญ่” (Grand Corruption) ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสสำหรับการลงทุนและการประกอบธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต รองรับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย

พล.ต.ต.อรุณ เปิดเผยอีกว่า สำหรับแนวทางสำคัญที่จะเร่งดำเนินการในปี 2570 ได้วางไว้ 4 มาตรการหลัก ได้แก่ 1เฝ้าระวัง “จุดเสี่ยง” กระบวนการอนุมัติ-อนุญาต: เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบเชิงรุก โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตจัดตั้งหรือขยายโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการกากอุตสาหกรรม และการกำกับดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่ออุดช่องว่างไม่ให้กลายเป็นช่องทางหาประโยชน์ 2.ยกระดับความโปร่งใส “นิคมฯ-ระบบขนส่ง”: นำร่องในพื้นที่ “นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้” ก่อนขยายไปยังนิคมฯ อื่นๆ ในภาคตะวันออก เพื่อลดความเสี่ยงการเรียกรับผลประโยชน์ เสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุน 3.ผนึกกำลังป้องกันทุจริตเชิงรุกพื้นที่ “ท่าเรือแหลมฉบัง”: บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออก การขนส่ง และการให้บริการภาครัฐในจุดขนส่งโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ 4.ดันบริการภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Services): เร่งรัดเปลี่ยนผ่านกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ชำระค่าธรรมเนียม และจัดเก็บภาษี (ศุลกากร, VAT ฯลฯ) ให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อลดการใช้ดุลพินิจและการตัดขั้นตอนการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน/เอกชน

“เป้าหมายสำคัญคือ การสกัดกั้นการทุจริตขนาดใหญ่ สร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสต่อการลงทุน และแก้ไขปัญหาการทุจริตในเชิงระบบ การดำเนินงานทั้งหมดจะไม่มุ่งเพียงการตรวจสอบหรือดำเนินคดีเมื่อเกิดเหตุแล้ว แต่จะเน้น ‘การป้องกันก่อนเกิดเหตุ’ ตั้งแต่ต้นทาง” พล.ต.ต.อรุณ กล่าวและว่า ทั้งนี้ การยกระดับมาตรฐานดังกล่าว ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย เพื่อรองรับการประเมินความสอดคล้องด้านกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานธรรมาภิบาลในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.