เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มที่ดีขึ้น แม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ด้วยสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับลดต่ำลง ประมาณชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร คาดว่าหากประเมินสถานการณ์กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา อาจจะมีการปรับลดการระบายน้ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จะเป็นการลดระดับการระบายน้ำแบบขั้นบันได โดยปริมาณน้ำที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ยังมีปริมาณอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการตรวจสอบคันกั้นน้ำของ กทม.บางจุดต่ำกว่า 95 เซนติเมตร บางจุดต่ำกว่า 120 เซนติเมตร และเชื่อว่า ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาจะคลี่คลายลงและมีแนวโน้มที่ลดลง
นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า ลุ่มน้ำแม่กลองและลุ่มน้ำเพชรบุรี ความจุของเขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ที่ 98.5% แต่จะมีการบริหารจัดการตามปริมาณน้ำฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ จึงยังมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแม่กลองตอนล่าง ปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 1,127 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายรับได้ประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากบริเวณตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลองต่ำกว่าฝั่งซ้าย ส่วนลุ่มน้ำเพชรบุรีสถานการณ์ฝนทางสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ได้ให้ข้อมูลมาอาจจะมีฝนตกหนัก ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เตรียมพร้อมรับปริมาณน้ำฝน คาดว่าจะตกหนักในวันที่ 11-12 ต.ค.นี้
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขณะที่ลุ่มน้ำภาคตะวันออก ประกอบไปด้วย จ.ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ปริมาณน้ำตามคาดการณ์ ที่ลงมาประมาณ 2,100 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่ามีปริมาณ 10 เท่าของเขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำส่วนใหญ่มาทางภาคตะวันออก หรือในฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง โดยสัดส่วนของลุ่มน้ำบางปะกงจะมา 4 เท่าของลุ่มน้ำปราจีนบุรี และถือเป็น 1 เท่าของแม่น้ำนครนายกและลุ่มน้ำฉะเชิงเทราบริเวณคลองท่าลาด ประมาณ 2-3 เท่า แต่การเคลื่อนตัวของมวลน้ำในฝั่งตะวันออกของ จ.ฉะเชิงเทรามีภูเขาสูง ทำให้การเคลื่อนตัวเร็วมวลน้ำถูกพาข้ามคันกั้นน้ำของคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เข้าไปในรอยต่อระหว่าง กทม.และฉะเชิงเทรา ซึ่งน้ำก้อนนี้ จากการตรวจสอบดาวเทียมล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา น้ำถูกผลักเข้าไปอยู่ในรอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา และ กทม. โดยนายกฯได้จี้เรื่องการระบายน้ำอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก มายัง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และบางส่วนจะเข้ามาในโซนคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต จึงมีการประสานกับทาง กทม.และสมุทรปราการ โดยมีกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้บริหารจัดการร่วมกับกรมชลประทาน ในการที่จะผลักน้ำไปยังคลองชายทะเลโดยเร็วที่สุด ซึ่งกรมชลประทานเองได้มีการสูบน้ำในระดับต่ำ โดยคลองสำโรง เทศบาล อบจ.สมุทรปราการ ได้มีการเร่งระบายน้ำ เพื่อให้น้ำมีระดับต่ำ หลังจากที่ กทม.ได้ระบายน้ำในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ส่วนน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา อ.บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว บ้านโพธิ์ จะต้องเร่งติดเครื่องผลักดันน้ำ ประมาณ 4 เครื่อง เร่งการสูบและปิดล้อมคันกั้นน้ำสำคัญ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหา
“แม้ว่าปีนี้ปริมาณน้ำจะมากกว่าปี 56 แต่มวลน้ำถูกผลักเข้าไปส่วนหนึ่ง ที่ กทม.และฉะเชิงเทรา จึงทำให้ระดับยอดสูงสุด ต่ำกว่าปี 56 ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ พอสมควร ซึ่งสรรพกำลังทั้งหมด รัฐบาลได้เร่งลงพื้นที่เพื่อที่จะช่วยประชาชนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี” นายไพฑูรย์ กล่าว



