เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่รัฐสภา น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวกรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไร้มาตรฐาน ว่า ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จำเป็นต้องออกมาส่งเสียงและเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง ต่อกรณีความเดือดร้อนและวิกฤตสิทธิมนุษยชนที่กำลังเกิดขึ้นในสถานดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย เนื่องจากภาพข่าวที่ปรากฏในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชที่ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีการกั้นกรงเหล็กครอบเตียงคนไข้เหมือนกับห้องขัง ถือเป็นสิ่งที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง และสร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่เคสเดียว และไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ ล่าสุด มีเบาะแสจากการขยายผลและกรณีที่สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า พบศูนย์พักพิงอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใน ถนนติวานนท์ มีลักษณะและพฤติกรรมส่อว่าจะเป็นการกักขัง และเมื่อทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบพฤติการณ์ที่มีพิรุธอย่างยิ่ง เจ้าของศูนย์ไหวตัวทัน ปิดประตูเงียบไม่ยอมให้สื่อมวลชนหรือผู้ใดเข้าไปตรวจสอบ และที่น่าสงสัยที่สุดคือ มีการรีบถอดตู้แดงหน้าบ้านออกทันที
“พฤติกรรม ความพยายามปิดบัง ซ่อนเร้น และไหวตัวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบแบบนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ายังมีภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ สังคมไทยยังคงมีสถานดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยจิตเวชที่เปิดดำเนินกิจการโดยไร้มาตรฐาน ละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจมีการกักขังทรมานผู้สูงอายุในชุมชนต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยที่ภาครัฐไม่เคยรับรู้หรือเข้าไม่ถึง ดิฉันเห็นแล้วก็เศร้าใจ ดูข่าวแล้วก็น้ำตาไหลออกมา”น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ทำงานในลักษณะตั้งรับ รอให้เกิดเรื่อง รอให้ครอบครัวไปร้องเรียนสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ถึงจะขยับลงพื้นที่ไปตรวจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ข่าวเงียบลง หรือผู้ประกอบการดำเนินการต่อ จึงขอเรียกร้องและเสนอมาตรการเร่งด่วน 4 ข้อ ต่อรัฐบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานตำรวจคือ1.0ต้องใช้มาตรการเชิงรุก สุ่มตรวจสถานที่พักคนชรา แบบสุ่ม ถ้าพบศูนย์ไหนปิดประตู ขัดขวางหรือมีพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบทันที
2.ถ้าผลการตรวจสอบพบว่า ศูนย์ดูแลแห่งใดมีการใช้กรงเหล็ก ตะแกรง หรือการกักขังจำกัดอิสรภาพผู้สูงอายุอย่างผิดหลักวิชาการ ต้องสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดสถานที่ทันทีโดยไม่มีการละเว้น พร้อมดำเนินคดีอาญาในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทารุณกรรม หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารศูนย์ทุกคน 3. สำคัญมาก อยากให้เร่งจัดทำระบบข้อมูลเปิดที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ผ่านออนไลน์ ว่าศูนย์ดูแลที่ไหนได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง มีประวัติการถูกร้องเรียนหรือไม่ และผ่านการประเมินมาตรฐานระดับใด เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลในการเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย และป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และ4. จัดตั้งสายด่วนคุ้มครองผู้สูงอายุ หรือให้ผู้สูงอายุหรือพลเมืองดีสามารถแจ้งเบาะแสได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอให้เรื่องกลายเป็นข่าวใหญ่ตามสื่อมวลชน
“ดิฉันอยากให้ยึดหลักง่ายๆ ว่าถ้าเป็นพ่อแม่ของท่านเอง อยากให้เขาได้รับการดูแลแบบไหน ขอให้ใช้มาตรฐานนั้นในการดูแลผู้สูงอายุทุกคน เพราะเรื่องการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่การกักขังละเลยและไม่ควรเป็นช่องว่างในการหาประโยชน์จากความอ่อนแอของใคร และอส่งสัญญาณไปถึงผู้ประกอบการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศว่าการดูแลผู้สูงอายุคือการดูแลชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ใช่ธุรกิจการกักขังเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน หากพบเห็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีลักษณะต้องสงสัย มีการปิดบัง หรือมีพฤติกรรมไร้มาตรฐาน โปรดช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามายังหน่วยงานรัฐหรือกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทันที”น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจากการ ลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า กรณีที่จังหวัดนนทบุรี ไม่ได้มีการล่ามโซ่ไว้ มองอย่างไร น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่อาจจะปัดความรับผิดชอบได้ ถามแบบปกติ ถ้าสมมุติไปสุ่มตรวจแล้วสถานประกอบการบอกว่าที่นี่มีโซ่ มีเตียง มีกรง ท่านจะให้ผ่านหรือไม่ ท่านจะต้องมีการสุ่มตรวจโดยที่ไม่ให้ตั้งตัว เพื่อจะดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่ควรตรวจเมื่อตอนขออนุญาตหรือทิ้งห่างมาหลายปี ขอให้เก็บกรณีมีไว้ศึกษาและปรับปรุงแก้ไข
เมื่อถามว่ามองว่าเจ้าหน้าที่ละเลยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้รับการแก้ไขจากการร้องเรียนจากสื่อ น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐอาจจะเข้าไม่ถึงและละเลยจริง ตนต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ทำหน้าที่เป็น Watch dog ช่วยการดูแลสังคม ซึ่งเรื่องนี้ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ว่าดูแลไม่ทั่วถึง เพราะเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการออกใบอนุญาตควบคุมดูแลสถานประกอบการ ดังนั้น ควรจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเวลาเกิดเรื่อง ส่วนหนึ่งที่เจ้าของศูนย์บอกว่ามีการตรวจแล้วได้รับการอนุญาตจริง ตรงนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบควรมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง.



