เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในช่วยผู้ว่างงานได้มีอาชีพและเกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ภายใต้นโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ที่เห็นความสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs และ Micro-SMEs ผ่านการจัดกิจกรรมสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ ฝ่าโควิด-19 หลังเดินหน้า 2 กิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Road Show ในส่วนภูมิภาค 15 จังหวัดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และงาน MOC แฟรนไชส์สร้างอาชีพในส่วนกลาง ใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือเป็นทางลัดในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ซึ่งสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่กว่า 10,000 ราย และสร้างเงินหมุนเวียนในประเทศกว่า 4.6 ล้านบาท โดยนายจุรินทร์ และนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญต่อการพลิกฟื้นและการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

โดยธุรกิจที่เกิดงานได้ทันทีนั้นประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1.การสร้างต้นแบบแฟรนไชส์ หรือ Next B2B Franchise เป็นการสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญแก่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ต้องการต่อยอดเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ 2.สร้างมาตรฐานให้ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise Standard) 3.เฟ้นหาสุดยอดแฟรนไชส์เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์รายอื่น โดยการจัดการประกวด Thailand Franchise Award เป็นประจำทุกปี และ 4.การจัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนหน้าใหม่หรือผู้ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ มาเลือกลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ ยังขยายตลาดแก่ธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ทำกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Road Show ในส่วนภูมิภาค จำนวน 15 จังหวัด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และมีผู้ได้รับผลกระทบมาก เช่น อุดรธานี เชียงใหม่ นครราชสีมา ระยอง สงขลา พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี เชียงราย สมุทรสาคร ชลบุรี ลำปาง ชัยภูมิ ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น และสมุทรปราการ โดยนำธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมงานครั้งละ 40 ธุรกิจ เริ่มจัดกิจกรรมระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564 และ 2.จัดงาน MOC แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ณ ศูนย์แสดงสินค้าในกรุงเทพฯ จำนวน 1 ครั้ง พร้อมนำธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมงานมากถึง 400 ธุรกิจ ระหว่างวันที่ 15-19 ธันวาคมรวม 5 วัน โดยทั้ง 2 กิจกรรมข้างต้นมีผู้สนใจเลือกซื้อแฟรนไชส์หลากหลายประเภทธุรกิจตามความสนใจ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม การศึกษา บริการ ค้าปลีก ความงามและสปา และพิจารณาขนาดการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ มีงบการลงทุนให้เลือกตั้งแต่หลัก 1,000-1,000,000 บาท
นางมัลลิกา ระบุว่า ก่อนหน้านี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ว่าที่ผ่านมามีผู้สนใจลงทุนซื้อแฟรนไชส์ทันทีกว่า 5,400 ราย และเป้าหมายวางไว้ภายใน 1 ปีจะต้องครบ 10,000 ราย จะส่งผลให้มีการนำธุรกิจแฟรนไชส์ไปประกอบอาชีพหรือเรียกว่าแฟรนไชส์ซี กระจายอยู่ทั่วประเทศ เข้าถึงชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 4,600 ล้านบาท ปัจจุบัน มีแฟรนไชส์ของคนไทยจำนวนกว่า 600 แบรนด์ มีสาขารวมกันกว่า 100,000 สาขาทั่วประเทศ และมีมูลค่าทางการตลาดกว่า 300,000 ล้านบาท และสำหรับผู้ที่สนใจสามารถยังสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0-2547-5953 e-Mail : [email protected] และ www.dbd.go.th



