สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า งานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร “ไซเอนส์ แอดวานเซส” พบว่าไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ สำหรับระบบการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก (เอเอ็มโอซี) ดังที่ระบุในงานศึกษาก่อนหน้านี้บางชิ้น แม้ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายศตวรรษ

กระนั้น งานศึกษาระบุว่า แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ ซึ่งมีส่วนทำให้เอเอ็มโอซีอ่อนกำลัง จากการปล่อยน้ำจืดเย็นจัดลงสู่มหาสมุทรนั้น ไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้หากละลายไปแล้ว แม้แนวโน้มภาวะโลกร้อนจะพลิกกลับก็ตาม

นอกจากนี้ งานศึกษาระบุเสริมว่า อัตราการไหลของเอเอ็มโอซี อาจชะลอตัวจากประมาณ 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือเพียง 6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นประมาณ 7 องศาเซลเซียส

“ในแบบจำลองของเรา เราไม่พบจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การล่มสลายโดยสิ้นเชิง ซึ่งแม้เอเอ็มโอซีค่อย ๆ อ่อนกำลังลง แต่เราพบว่ามันสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในทันที หากภาวะโลกร้อนถูกย้อนกลับ” นายชุนเฉิง กัว ผู้เขียนนำของงานศึกษา กล่าว

อย่างไรก็ตาม กัวเตือนว่า แม้การฟื้นตัวจะเริ่มต้นทันทีที่อุณหภูมิลดลง แต่กระบวนการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายศตวรรษจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งในระหว่างนั้น ผลกระทบจากกระแสน้ำที่อ่อนกำลังก็จะยังคงอยู่ต่อไป

กัวกล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราการลดลงของอุณหภูมิที่จำเป็นต่อการฟื้นตัวของเอเอ็มโอซี เกินกว่าระดับที่เป็นไปได้จริงด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของการศึกษาที่ใช้แบบจำลองเพียงชุดเดียว ขณะที่งานศึกษาระบุว่าจำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม โดยเปรียบเทียบกับแบบจำลองอื่น ๆ ด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS