วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการภายหลังประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank โดยเน้นย้ำว่า การจัดงานต้องไม่จบลงแค่การเป็นเจ้าภาพที่ดีหรือเพียงแค่สร้างความประทับใจให้ชาวโลกเท่านั้น แต่ต้องแปลงผลสำเร็จและการประชุมให้ส่งผลเป็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อพี่น้องประชาชนคนไทยในระยะยาว

IMF ชูไทยคว้า “3 เหรียญทอง” เวทีโอลิมปิกการเงิน

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ IMF ได้กล่าวเปรียบเปรยว่า หากการประชุม IMF-World Bank คือ “โอลิมปิกทางการเงิน” (Finance Olympics) ประเทศไทยถือว่าได้รับ “เหรียญทอง” ใน 3 ด้านสำคัญ

เหรียญทองที่ 1: “เจ้าภาพที่โลกหลงรัก”

  • สถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์: มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 19,000 คน (สูงกว่าเป้าหมายเดิมถึง 27%)
  • กลุ่มกำลังซื้อสูง: ผู้เข้าร่วมกว่า 60% เป็นผู้แทนระดับสูง และพำนักในประเทศไทยเฉลี่ยยาวนานถึง 9 วัน ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมหาศาลในอุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และภาคบริการ
  • พลัง Soft Power: สร้างความประทับใจผ่าน อาหารไทย (ผลไม้สด, ไอศกรีมไทย), ผ้าไทยท้องถิ่น และถุงผ้าขาวม้า โดยนางคริสตาลินา (กรรมการผู้จัดการ IMF) ถึงกับเอ่ยปากขอเป็น “พรีเซ็นเตอร์ผ้าไหมไทย” ต่อจากนี้

เหรียญทองที่ 2: “ผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ”

  • เทิดพระเกียรติและน้อมนำศาสตร์พระราชา: นิทรรศการ Royal Pavilion ได้นำเสนอหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงานของ -ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนการสืบสาน รักษา ต่อยอด ในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งนางคริสตาลินา ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นกล่าวในสุนทรพจน์ปิดการประชุมใหญ่ต่อหน้าผู้นำกว่า 190 ประเทศ และประกาศจะนำข้อคิดนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจในการบริหารงาน IMF ณ วอชิงตัน ดี.ซี. ต่อไป

4 ข้อเสนอแก้ปัญหาโลกจากประเทศไทย

1.Small AI: เสนอการใช้ AI ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เช่น เครื่องมือ “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้านำมาวิเคราะห์ต้นทุนและตั้งราคา

2.Bangkok Blueprint: กรอบความร่วมมือระหว่างไทย IMF และธนาคารโลก เพื่อป้องกันและรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยทางการเงินข้ามพรมแดน

3.Low Carbon City: ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารโลก, ธนาคารกรุงไทย และ EXIM Bank ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารภาครัฐ นำร่องร่วมกับ กทม. และ นิคมอุตสาหกรรมฯ (กนอ.) เพื่อรวบรวมคาร์บอนเครดิตสร้างตลาดคาร์บอนในประเทศ

4.Trusted Connector (สะพานเชื่อม): วางตำแหน่งไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดกลาง (Middle Power) ที่ได้รับความไว้วางใจในการเชื่อมโยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยได้จับมือกับสิงคโปร์เพื่อสืบทอดวาระการขับเคลื่อนประธานอาเซียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมสรุปแนวคิดทั้งหมดใน Bangkok Dialogue Note

เหรียญทองที่ 3: “หุ้นส่วนเศรษฐกิจที่เชื่อมั่น”

  • ดึงดูดการลงทุนและสร้างพันธมิตร: สร้างความเชื่อมั่นกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Agencies) และขยายความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาอิสลาม (IsDB)
  • โครงการ “Bangkok to Davos”: ดึงดูดผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มาร่วมประชุมในกรุงเทพฯ ให้เข้าจับคู่ธุรกิจ (B2B) กับภาคเอกชนไทย ก่อนเดินทางไปประชุม World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส ในเดือนมกราคม 2570

นายสันติธาร ระบุว่า ในการรับฟังความเห็นจากต่างชาติ รัฐบาลพร้อมนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกฎระเบียบ การลดขั้นตอนการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

  • เร่งรัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้ขยายตัวได้เฉลี่ย 3% กว่าๆ ภายใน 4 ปี
  • ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย (IMD) จากอันดับที่ 26 เข้าสู่ Top 20 ของโลก
  • ปูทางสู่การเป็นสมาชิก OECD ภายใน 2 ปีข้างหน้า
  • กระจายรายได้สู่ฐานราก ผลักดันการลงทุนภาคเอกชน (ซึ่งล่าสุดไตรมาส 2 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี) ให้ส่งผ่านประโยชน์ไปยังซัพพลายเออร์ท้องถิ่น แรงงาน และ SMEs

“การประชุมจบลงแล้ว แต่ภารกิจการต่อยอดสัปดาห์นี้จะส่งผลต่อประเทศไทยไปอีกหลายสิบปี งานนี้ทำให้เห็นว่า เมื่อคนไทยร่วมมือกัน งานท้าทายแค่ไหนเราก็ทำได้สำเร็จไม่แพ้ใครในโลก”