เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุม ครม. โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในพื้นที่ตรวจราชการให้เตรียมมาตรการต่างๆ รวมถึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความร่วมมือกับรองนายกฯ ที่กำกับดูแลในแต่ละพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ นายกฯ ยังมีข้อสั่งการเรื่องการกำจัดขยะพิษ และการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาจากต่างประเทศ ซึ่งไม่อนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร แต่ยังมีการลักลอบนำเข้าและเปิดโรงงานแปรรูปขยะต่างๆ เหล่านี้อยู่ จึงมอบให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการในเรื่องนี้ และกำชับให้กรมศุลกากรตรวจสอบเรือนำเข้าตู้สินค้า ที่อาจลักลอบนำขยะเข้ามาโดยให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ เริ่มดำเนินการจัดการกับขยะอุตสาหกรรมที่เป็นพิษและทำให้เกิดปัญหาในประเทศไทย รวมถึงให้รัฐมนตรีเกี่ยวข้องร่วมดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีรายงานจากผู้เกี่ยวข้องว่า ผู้ประกอบการที่มีการลักลอบนำเข้าขยะพิษ เมื่อถูกตรวจสอบจะทิ้งขยะพิษไว้เป็นปัญหา และไปลักลอบตั้งโรงงานใหม่ ซึ่งนายอนุทินระบุว่า จะต้องแก้ปัญหาโดยไม่ให้มีการนำขยะเหล่านี้ลงจากเรือได้ โดยสั่งไปที่กรมศุลกากรให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าโยงไปถึงใคร 

ขณะที่ภายหลังจบการประชุม ครม. นายอนุทิน ยังได้คุยนอกรอบถึงการจัดการขยะพิษ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ภาคตะวันออก และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย อยู่ในวงสนทนา โดยนายกฯ มอบให้นายพลพีร์ เข้าไปร่วมกับนายสุชาติในการตรวจสอบ หากพบว่าโรงงานดังกล่าวเข้าข่ายนอมินีให้ดำเนินการได้ทันที.