เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 69 นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำของเขื่อนลำปาวมีอยู่ที่ 1,170 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 59 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2568 มีปริมาณน้ำในช่วงเดียวกันนี้อยู่ที่ 95 เปอร์เซ็นต์

นายสำรวย กล่าวต่อว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ทางโครงการฯจึงได้ประกาศหยุดส่งน้ำฤดูฝน ปี 2569 เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจะลดการส่งน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย และฝั่งขวา ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 69 และจะปิดสนิทในวันที่ 6 พ.ย. 69 ส่วนการส่งน้ำในช่วงฤดูแล้ง ทางโครงการฯจะจัดประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทานแบบมีส่วนร่วม หรือ เจเอ็มซี อีกครั้งประมาณกลางเดือน ธ.ค. 69 เพื่อร่วมกันพิจารณา ประเมินสถานการณ์ในอ่างเก็บน้ำ และกำหนดแผนการส่งน้ำในฤดูแล้ง ปี 2569/2570 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร และประชาชนต่อไป

นายสำรวย กล่าวว่า เนื่องจากปีนี้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลำปาวน้อย และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากฝนตกในพื้นที่เหลืออ่างน้อย และผลกระทบสถาการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งนี้เบื้องต้นทางโครงการฯมีแผนและคาดไว้ว่า จะสามารถส่งน้ำในพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้งได้ประมาณ 180,000 ไร่ จากพื้นที่ทำการเกษตรปกติประมาณ 300,000 ไร่ ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกพืช ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่ และการจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงสถาการณ์ปริมาณของเขื่อนลำปาวว่าจะสามารถส่งน้ำในพื้นที่ได้เพียงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ หรือ 180,000 ไร่ เท่านั้น ส่วนการใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค บริโภค ระบบประปา และสัตว์เลี้ยง ยืนยันว่าเพียงพอแน่นอน


นายสำรวย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในช่วงการหยุดส่งน้ำ ทางโครงการฯจะทำการซ่อมแซม ปรับปรุง บำรุงรักษาคลองส่งน้ำ และอาคารประกอบ เพื่อให้คลองส่งน้ำมีประสิทธิภาพส่งน้ำเต็มที่ต่อไป ซึ่งในช่วงก่อนถึงวันที่ 6 พ.ย. นี้ ขอให้เกษตรกร ประปาชุมชนของท้องถิ่น และผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนได้เก็บกักน้ำไว้ในสระน้ำ แปลงนา บ่อพักน้ำ เพื่อใช้ในกิจกรรมเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง รวมทั้งเพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค ระบบประปา และสัตว์เลี้ยงให้เพียงพอต่อความต้องการ และร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดเกิดประโยชน์สูงสุด.



