นางสาวพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงาน CEO Econmass Award 2026 สัมมนาหัวข้อ “New S-Curve Thailand” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า แม้ภาพรวมการส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีถึง 17 % ขณะที่ตัวเลขจีดีพีของประเทศยังคงขยายตัวได้เพียงประมาณ 2.1 – 2.4% ซึ่งไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากเกิดภาวะ K-Shaped 

ทั้งนี้ ประกอบด้วย กลุ่มขาขึ้น ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมกลุ่มไฮเทคจากบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมียอดขายและยอดส่งออกเติบโตสูงมาก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ , ยานยนต์ไฟฟ้า , AI และ Data Center , พลังงานหมุนเวียน และ อาหารแห่งอนาคต และกลุ่มขาล่าง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ยังไม่ได้ปรับตัวให้ทันกับกติกาโลกใหม่ เช่น กฎระเบียบด้านคาร์บอนและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ SME ที่ประสบปัญหาไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับตลาดได้ โดย K ขาล่างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งทำให้ประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยยังคงโตได้เพียง 2.1% – 2.4% และยังไม่สามารถขึ้นไปถึงระดับ 3% ได้

“ถ้าเราเห็นตัวเลขการส่งออก 17% มันเหมือนกับเป็นสิ่งที่ดูสวยงาม แต่ถ้าดูจริงๆ แล้วมันเป็น K-Shape ส่วนที่ดีก็ดีขึ้นไป แต่ส่วนที่ไม่ดีก็กดลง ตัวที่เป็น K ขาล่างก็คืออุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไม่ค่อยได้ปรับตัว อาจไม่ทันกติกาโลกใหม่ เช่น การปรับสู่กฎกติกาคาร์บอน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป หรือผลิตภัณฑ์ของ SME ซึ่งการแข่งขันด้านราคาสู้ไม่ได้”

จากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการฟื้นตัว ภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อเข้ามาดูแลและช่วยผลักดันกระบวนการเปลี่ยนผ่าน Transition ให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้ทัน โดยมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.Technology Transition การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เร่งนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต และการพัฒนาสินค้าสู่สินค้ามูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม 

2.Trade & Invesment Transition การเปลี่ยนผ่านด้านการค้าและการลงทุน ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ในการเชื่อมโยงกับ Supply Chain ทั่วโลก พร้อมทั้งกระจายแหล่งวัตถุดิบและผู้ซื้อ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว

3.Workforce & Skill Transition การเปลี่ยนผ่านด้านกำลังคน  เร่งสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และพัฒนากำลังคนยุคใหม่ที่มีทักษะทันสมัย เพื่อสร้างสินค้าแห่งอนาคต เมืองแห่งอนาคต และ ประชาชนแห่งอนาคต

4.Green Transition การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน การปรับตัวเข้าสู่กติกาโลกใหม่ ทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันผลักดันการปรับตัวและการเปลี่ยนผ่าน (Transition) เหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ และจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตทะลุเป้าหมาย GDP ที่ 3% ได้อย่างแน่นอน 

“ถ้าผลักดันการเดินต่อ ดิฉันก็เชื่อว่าตัวเลข 3% GDP ไม่หนีไปไหน เพราะเรามี Transition สำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางภาครัฐและ กรอ. ร่วมกันดันขึ้นอยู่เต็มที่” นางสาวพิมพ์ใจ กล่าว

นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อยากเห็นในอนาคตหลังจากนี้ คือ การเมืองต้องนิ่ง ประเทศต้องเป็นกลาง การเมืองต้องนิ่ง