นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (โดยเฉพาะดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 43 บาทต่อลิตร) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง (น้ำมันคิดเป็น 40% ของต้นทุนขนส่ง) ทางกรมจึงได้ยกระดับความเข้มข้นในการติดตามและดูแลสินค้าในบัญชีควบคุม 242 รายการ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ

การปรับระดับการติดตามสินค้า

  • ปรับเปลี่ยนสินค้าจากกลุ่มเฝ้าระวังพิเศษขึ้นมาอยู่ใน “บัญชีอ่อนไหว” เพื่อติดตามราคาและภาวะตลาดเป็น “ประจำทุกวัน” เช่น เนื้อสุกร, ไข่ไก่, ไก่สด, ผักสด และน้ำมันปาล์ม เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาได้ทันท่วงที
  • ขอความร่วมมือผู้ผลิต ห้างค้าส่ง และค้าปลีก ให้ช่วยตรึงราคาสินค้าและลดราคาสินค้าลงเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

สถานการณ์ราคาสินค้าสด

  • ผักสด: ภาพรวมราคาเริ่มปรับตัวลดลงเนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เช่น
    • คะน้า: 57 บาท/กก.
    • ถั่วฝักยาว: 53 บาท/กก.
    • กะหล่ำปลี: 31.10 บาท/กก.
    • ผักชี: 124.50 บาท/กก. | ต้นหอม: 121 บาท/กก.
    • กะเพรา / ใบแมงลัก / โหระพา: ราคาปรับลดลงจากช่วงก่อนหน้าค่อนข้างมาก (เช่น กะเพราเหลือ 35 บาท/กก., โหระพาเหลือ 60 บาท/กก.)
  • ไข่ไก่: ไข่คละหน้าฟาร์มอยู่ที่ 4 บาท/ฟอง เฉลี่ยเบอร์ 3 อยู่ที่ 4.54 บาท
  • เนื้อสุกรและเนื้อไก่: แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่มีผลน้อย ภาพรวมราคายังปกติ ไม่สูงขึ้น โดยสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ย 68.20 บาท/กก. หมูเนื้อแดง 129.63 บาท/กก. ส่วนไก่มีชีวิตหน้าฟาร์ม 45.70 บาท/กก.