สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า บริษัทซาบ (SAAB) ผู้ผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของสวีเดน คาดการณ์ว่า ความต้องการอาวุธและระบบป้องกันประเทศจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ท่ามกลางรัฐบาลหลายประเทศที่เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง
Here CEO Micael Johansson and CFO Anna Wijkander discuss our Q3 Report for 2026, which was released this morning.
— Saab (@Saab) October 23, 2026
You can find the full report here: https://t.co/aHz69vctk8 pic.twitter.com/GIbhFSY4ws
นายไมเคิล โยฮันส์สัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของซาบ กล่าวว่า ความต้องการสินค้าของบริษัทอยู่ในระดับสูงมาก และยังไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัว หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
Saab Group CEO Micael Johansson says the Swedish defense tech firm doesn't see "any leveling off" of demand https://t.co/URz8dpL956 pic.twitter.com/6GUDKYmhGp
— Bloomberg (@business) October 23, 2026
ยอดรับคำสั่งซื้อในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า เป็น 65,800 ล้านโครนาสวีเดน (ราว 223,149.51 ล้านบาท) โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน อี และระบบเตือนภัยล่วงหน้าทางอากาศโกลบอลอาย ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหุ้นสตอกโฮล์มปรับขึ้นสูงสุด 2.8%
โยฮันส์สันกล่าวด้วยว่า ความต้องการของลูกค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ราคาแพงอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่ระบบไร้คนขับและระบบอัตโนมัติ เพื่อใช้เสริมขีดความสามารถให้กับยุทโธปกรณ์ที่มีบุคลากรควบคุม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



