สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศไทย กล่าวระหว่างการเยือนโปรตุเกส ว่าไทยยินดีที่สหรัฐกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา และคาดหวังว่าการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ในเดือนพ.ย. นี้ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ จะหารือแนวทางดำเนินการกับเมียนมา ซึ่งถูกจำกัดการเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำอาเซียน นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อปี 2564


ทั้งนี้ คณะผู้แทนของสหรัฐและรัฐบาลเมียนมาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ จัดการหารือกันที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ นับเป็นการพบกันครั้งที่สองภายในหนึ่งเดือน ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาอีกครั้ง


นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยไม่ต้องการให้เมียนมาถูกโดดเดี่ยว หรือกลายเป็นเวทีแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมย้ำว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารไม่ได้หมายถึงการให้ความชอบธรรม แต่มีเป้าหมายส่งเสริมการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติและการปรองดองกับฝ่ายค้าน


นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า จุดยืนของอาเซียนต่อเมียนมาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้าง โดยพล.อ.มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงมะนิลา จะมีหารหารือเรื่องการคืนสถานะผู้แทนเมียนมาอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่


นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์แสดงความเชื่อมั่นว่า ไทยและกัมพูชาสามารถแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางบกและทางทะเลที่ยืดเยื้อมานานได้ภายใน 12-18 เดือน แม้จนถึงขณะนี้จะมีความคืบหน้าไม่มาก โดยต้องสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันและแก้ไขข้อกังวลด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนทางบก ซึ่งเคยเกิดการปะทะกันก่อน


ส่วนข้อพิพาททางทะเล กัมพูชาเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ( อันโคลส ) เมื่อเดือนมิ.ย. หลังไทยยกเลิกกรอบความร่วมมือพัฒนาพื้นที่ร่วมทางทะเลปี 2544 เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุปะทะชายแดนที่มีผู้เสียชีวิต และทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน


นายสีหศักดิ์ยอมรับว่า ขณะนี้ยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก ขณะที่ข้อพิพาททางทะเลเกี่ยวข้องกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนราว 26,000 ตารางกิโลเมตร ในอ่าวไทย ซึ่งเชื่อว่ามีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 10.1 ล้านล้านบาท ) โดยไทยต้องการกำหนดเส้นเขตแดนให้ชัดเจนก่อนหารือเรื่องการแบ่งปันทรัพยากร


ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ( อียู ) อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และอาจได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ หากทั้งสองฝ่ายมีเจตจำนงทางการเมืองร่วมกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES