ตามที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลและเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส ครบรอบ 13 ปี แห่งการก่อตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา (ASEAN Studies Centre) พร้อมทั้งมีพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคุณแก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ให้การสนับสนุนศูนย์อาเซียนศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญที่คณะกรรมการจัดงานมีมติมอบโล่เชิดชูเกียรติให้นั้น ได้แก่ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ (อดีตนาคหลวงป.ธ.9) นักวิชาการด้านการจัดการและการศึกษา นั้น

ศ.ดร.อุทิส กล่าวว่า ในโอกาสที่ได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติจากศูนย์อาเซียนศึกษา มจร ตนมองว่า ก้าวต่อไปของศูนย์อาเซียนศึกษา มจร แม้มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและบุคลากร แต่จุดแข็งคือตัวผู้อำนวยการที่มีวิสัยทัศน์และทำงานด้วยใจ หากได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงมากขึ้น จะสร้างผลงานเชิงรุกได้อีกมหาศาล โดยเสนอแนวทางสำคัญ คือ จับมือมหาวิทยาลัยระดับโลก ประสานงานแบบตะวันออกพบตะวันตก ร่วมกับศูนย์ศึกษาพุทธศาสน์ชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด, เคมบริดจ์, ฮาร์วาร์ด, สมาคมบาลีปกรณ์ (PTS อังกฤษ), มหาวิทยาลัยโอตานิ และเกียวโต (ญี่ปุ่น), สถาบันวิจัยในจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย มองโกเลีย ตลอดจนอินเดีย ศรีลังกา เนปาล ผนึกกำลังกับมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย และสถาบันธรรมชัย เพื่อจ้างนักวิจัยแบบเต็มเวลาในการวิจัยสังคายนาคัมภีร์ใบลานและจารึกภาษาท้องถิ่นของพม่า ไทย กัมพูชา และลาว พร้อมทั้งสร้างวารสารวิชาการ 2 ภาษา วิจัยบาลีและพุทธศาสนา (ไทย–อังกฤษ) เพื่อสร้างงานวิจัยร่วมกันระหว่างนักวิชาการอาเซียนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทำงานร่วมกับวัดไทยในอาเซียน สำนักปฏิบัติธรรม และสำนักวิปัสสนา เพื่อให้เกิดผลงานทั้งมิติปริยัติและปฏิบัติไปพร้อมกัน

ศ.ดร.อุทิส กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมองว่า ภาษาบาลีและคัมภีร์เถรวาทคือเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งในการเชื่อมโยงจิตใจของชาวพุทธในไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนามเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะปัจจุบันพระสงฆ์ในอาเซียนตื่นตัวศึกษาภาษาบาลีสูงมาก ซึ่งตอนที่ตนจัดทำคัมภีร์พจนานุกรมพระไตรปิฎกบาลีเถรวาท ทางลาว พม่า และเวียดนาม ต่างขอรับไปศึกษา โดยเฉพาะลาวสนใจลึกซึ้งถึงคัมภีร์ชั้นฎีกาที่แปลเป็นไทย เพื่อนำไปแปลเป็นภาษาลาว ส่วนเวียดนามตอนใต้มีการปริวรรตคัมภีร์บาลีไทยและพม่าเป็น “บาลีอักษรเวียดนาม” ใช้อย่างแพร่หลาย ขณะที่กัมพูชาก็ตื่นตัวแปลคัมภีร์บาลี อรรถกถา และฎีกา ทั้งยังเคยส่งพระเณรข้ามแดนมาเรียนบาลีในไทยเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีพระสงฆ์จากลาว พม่า เวียดนาม และเขมร สามารถสอบไล่ได้ถึง ป.ธ.9 ในไทยได้หลายรูป และเข้ามาศึกษาต่อที่ มจร ทั้งระดับตรี โท เอก เป็นจำนวนมาก