เมื่อวันที่ 24 ต.ค. น.ส.ดวงฤทัย บัวแก้ว รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้การแถลงข่าวของตนว่า การตอบโต้ดังกล่าวไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรมพอที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้เลย ว่า น.ส.พลอยทะเล เคยลงพื้นที่ไปสัมผัสและรับฟังเสียงความเดือดร้อนจริง ๆ ของประชาชนหรือไม่ หรือคอยเพียงแค่เดินตามนายกรัฐมนตรีและนั่งอ่านเอกสารรายงานอยู่ในห้องแอร์

“น้ำไม่ได้ท่วมเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล คุณพลอยทะเลถึงไม่เข้าใจความหวาดผวา ความกังวลของพี่น้องชาวใต้ที่ต้องนอนไม่หลับ เสียงหัวใจของคนที่ต้องเผชิญกับหน้าน้ำและฝนตกหนักมันเต้นระทึกและเป็นทุกข์แค่ไหน รัฐบาลบอกว่าเตรียมการแล้ว แต่ชาวบ้านยังต้องนั่งมองฟ้ามองฝน ลุ้นกันวันต่อวันว่าน้ำจะเอ่อท่วมบ้านเมื่อไหร่ และหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะหันหน้าไปพึ่งพาใครได้บ้าง” น.ส.ดวงฤทัย กล่าว

น.ส.ดวงฤทัย กล่าวต่อว่า ตนออกมาพูดในฐานะคนใต้ที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความวิตกกังวลส่งตรงถึงรัฐบาล บทเรียนน้ำท่วมซ้ำซากทั้งที่หาดใหญ่ น่าน หรือกรุงเทพฯ ถอดบทเรียนกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อเกิดเหตุก็ยังซ้ำรอยเดิม โดยเฉพาะภาพจำอันเลวร้ายของชาวหาดใหญ่ที่รัฐบาลเคยบอกว่า เอาอยู่ แต่สุดท้ายกลับจมทั้งเมือง ดังนั้นการทำงานเรื่องภัยพิบัติไม่ใช่การนั่งอ่านโพยรายงานจากหน่วยงานราชการแล้วบอกว่าพร้อม แต่ต้องลงไปสัมผัสความจริงและเปิดใจรับฟังเสียงประชาชน

นอกจากนี้ กลไกการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลมีผู้รับผิดชอบระดับสูงอย่างครบถ้วน ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยระดับภูมิภาค และประธาน บกปภ.ช. อีกทั้งยังมีขุนพลดูแลพื้นที่ภาคใต้อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลจะไม่มีมาตรการรับมือเชิงรุกที่ดีกว่านี้

น.ส.ดวงฤทัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องการเรียกร้องคือการป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่การรอให้เกิดภัยพิบัติ ประชาชนติดค้างอยู่ในบ้านเรือน แล้วผู้นำค่อยลงไปพื้นที่ไปยืนผัดข้าวสร้างภาพ ฤดูฝนระลอกนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการเตรียมการของรัฐบาลจะมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ เพื่อให้ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวใต้ปลอดภัยอย่างแท้จริง.