สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่านายโจโก ซิสวันโต หัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซต้นน้ำของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียปรับลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติทางท่อไปยังสิงคโปร์ เพื่อนำก๊าซกลับมาใช้ผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และให้ความสำคัญกับความต้องการภายในประเทศเป็นอันดับแรก


ทั้งนี้ รัฐบาลปรับลดการส่งก๊าซให้สิงคโปร์ลงประมาณ 31 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน โดยก๊าซจากแหล่งนาตูนา 15 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จะถูกส่งไปให้หน่วยงานสาธารณูปโภคของรัฐในเมืองบาตัม ส่วนอีก 16 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันจากเกาะสุมาตรา จะนำไปใช้รองรับความต้องการไฟฟ้าในเมืองบาตัม เกาะบินตัน และเกาะสุมาตรา


มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 24 ต.ค. และคิดเป็นประมาณ 14% ของปริมาณการส่งออกก๊าซทางท่อเฉลี่ยจากอินโดนีเซียไปสิงคโปร์ เมื่อปีที่แล้ว โดยอินโดนีเซียเป็นผู้จัดหาก๊าซรายใหญ่ที่สุดให้สิงคโปร์ ซึ่งพึ่งพาก๊าซนำเข้าเกือบทั้งหมดสำหรับการผลิตไฟฟ้า


ด้านบริษัทแก๊ส ซัพพลาย ของสิงคโปร์ ซึ่งนำเข้าก๊าซจากอินโดนีเซีย ยืนยันว่า ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณส่งมอบชั่วคราว และกำลังประสานงานกับผู้จัดหาและลูกค้าเพื่อบริหารสถานการณ์


แม้อินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซรายสำคัญ แต่ปริมาณส่งออกลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการนำผลผลิตกลับมาใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยตลาดส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว ( แอลเอ็นจี ) ที่สำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนก๊าซธรรมชาติทางท่อส่งไปยังสิงคโปร์และมาเลเซีย


การผันก๊าซกลับมาใช้ผลิตไฟฟ้าภายในประเทศเกิดขึ้นหลังเมืองบาตัม ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และการท่องเที่ยว เผชิญไฟฟ้าดับนาน 16 ชั่วโมงเมื่อต้นเดือนนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 411,000 ราย ก่อนที่ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทไฟฟ้ารัฐวิสาหกิจจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง


ขณะที่พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวว่า ต้องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและให้ความสำคัญกับความต้องการของประเทศ

ด้านนายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีประสานงานด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานและอุตสาหกรรมปลายน้ำ กล่าวสนับสนุนแนวทางพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ พร้อมเตือนว่า รัฐบาลอาจพิจารณาไม่ต่อสัญญาส่งออกก๊าซให้ประเทศเพื่อนบ้าน หากจำเป็นต้องสงวนพลังงานไว้ตอบสนองความต้องการภายในประเทศก่อน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES