สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า รัฐบาลและธุรกิจทั่วโลกต่างเริ่มยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้พีเอชพี หลังมีการเปิดเผยช่องโหว่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้บริการบางอย่างใช้งานไม่ได้ และก่อให้เกิดความพยายามแฮกหลายล้านครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า เหตุการณ์อินเทอร์เน็ตล่มเผยให้เห็นถึงความสำคัญของแคมเปญ “เตรียมพร้อม” ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งแนะนำให้ประชาชนเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดและอาหารที่ไม่เน่าเสียง่ายไว้ในบ้าน สำหรับการดำรงชีวิตเป็นเวลา 3 วัน
UK tells public to keep three days' emergency supplies at home https://t.co/PBLwslblTK https://t.co/PBLwslblTK
— Reuters (@Reuters) October 23, 2026
ด้านนายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม ผู้นำสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเกี่ยวกับการรับมือไฟป่า กล่าวว่า สหราชอาณาจักรในอดีต “อยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ” ในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และจำเป็นต้องกระตือรือร้นมากขึ้น โดยรัฐบาลลอนดอนประกาศแผนรับมือไฟป่าฉบับใหม่ ซึ่งรวมถึงการส่งเครื่องบินทหารเข้าช่วยเหลือ
ขณะที่ นายเวส สตรีตติง รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เหตุการณ์ทางไซเบอร์ เช่น ช่องโหว่ของพีเอชพี จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ทำให้การค้นหาวิธีขัดขวางระบบป้องกันแบบดั้งเดิมทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเขายังกล่าวถึงความเสี่ยงจากรัฐที่ไม่เป็นมิตร องค์กรอาชญากรรม และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ทั้งนี้ คำแนะนำของรัฐบาลสหราชอาณาจักร คล้ายคลึงกับคำแนะนำของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งแจ้งให้พลเมืองสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินเป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ที่มีเสบียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร น้ำ เงินสด และพาวเวอร์แบงก์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



