เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจาตกลงวันและเวลาในเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่า เราไม่อยากเห็นการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลากออกไปจนไม่ได้ถูกบรรจุญัตติในสมัยประชุม ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนยังคงเชื่อว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา มีความตั้งใจที่อยากจะบรรจุญัตติให้ทันในสมัยประชุม ไม่ว่าจะเป็นสัปดาห์นี้หรือ 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่เราก็พร้อม อยากให้รัฐบาลรีบเคลียร์ตารางของตัวเองว่าพร้อมจะเปิดเวทีสภาเมื่อไหร่ จริงๆ เสาร์ อาทิตย์ ก็ได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตามข้อมูลที่ทราบมา ตารางคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจมีความแน่นอนอยู่บ้าง เชื่อว่าบริหารจัดการได้ โดยฝ่ายค้านพยายามจะยึดกรอบการอภิปราย และพร้อมปรับให้ยืดหยุ่น แต่ถ้าต้องปรับลดเหลือ 4 วัน เราก็ขอเวลาประสานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย เพื่อหารือถึงเนื้อหา และจำนวนผู้อภิปราย เพราะกรอบเวลาที่เราเคยเสนอไปที่เหมาะสมคือ 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่เมื่อรัฐบาลพยายามบอกว่ามีภารกิจ เราก็ไม่อยากตั้งเงื่อนไข ถ้าอยากให้ปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ

เมื่อถามว่า ถ้าลากไปเดือน ธ.ค. จะมีผลกระทบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้ฟังมา ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้กางตารางให้เราเห็น จริงๆ ตารางของนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ยังพอที่จะใส่ลงไปได้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ บางหมาย ถ้าไม่ได้เป็นภารกิจต่างประเทศ เป็นหมายของคณะรัฐมนตรี ก็ยังปรับได้ รวมถึงเสาร์ อาทิตย์ ตนคิดว่ารัฐบาลเองมากกว่าที่ยังไม่พร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก

เมื่อถามว่า มองว่าสามารถขยับ ครม.สัญจร ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนก็อาจไม่ทราบรายละเอียดว่าหมาย ครม.สัญจร มีความสำคัญมากน้อยขนาดไหน แต่เรื่องนี้ ถ้าดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาแล้ว เราจะเห็นว่าคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยจะมาตอบกระทู้ในสภาเลย ตัวแทนของรัฐบาล หลายครั้งก็หลีกเลี่ยงการเข้ามาตอบคำถามในสภา ซึ่งคือพฤติกรรมของรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวทีในสภาเท่าที่ควร ซึ่งจริงๆ แล้วก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ทั้งที่ฝ่ายค้านพร้อมเสมอ

ด้านนายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน กล่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับเอเปค ถ้านายกฯ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้ปฏิญาณไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง สามารถที่จะให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนได้อย่างสบาย ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ สามารถทำหน้าที่แทนประเทศไทยได้อย่างดี หน้าตาประเทศไทยจะดูดีแน่นอน

“การที่ผู้นำไม่เข้าร่วมประชุมสุดยอดบางวัน หรือไม่สามารถเข้าร่วมได้เลย ไปอธิบายให้นานาประเทศฟัง เพราะมีภารกิจของการเข้าร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสมัยประชุม 1 ปี มีได้ 1 ครั้ง แล้วทำให้ประเทศไทยดูดีด้วย ว่าเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ผู้นำให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ภายใน ที่ประชาชนส่งความเห็นผ่าน สส.” นายพิศาล กล่าว.