เมื่อวันที่ 26 ต.ค. สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำกำหนดการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับสมาพันธ์ฯ ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 จ.สุราษฎร์ธานี ไปเผยแพร่พร้อมข้อความกล่าวหาว่าใช้เงินภาษีประชาชนเพื่อการกินหรูอยู่สบาย และนำภาพราคาห้องพักโรงแรมคืนละประมาณ 15,000 บาท มาประกอบ จนอาจทำให้สังคมเข้าใจว่ามีการใช้งบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อความสะดวกสบายส่วนบุคคล

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการทำงานควบคุมยาสูบของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัด สนับสนุนการขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบในระดับพื้นที่ร่วมกันระหว่างเครือข่ายวิชาชีพ ภาคประชาสังคม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ขอยืนยันว่าการประชุมไม่ได้ใช้งบจาก สสส. สถานที่ในการประชุมเป็นของพันธมิตรภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสมาพันธ์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่เลือกสถานที่โดยมุ่งความหรูหราหรือความสะดวกสบายส่วนบุคคล การจะกล่าวหาเรื่องการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมต้องอาศัยเอกสารข้อเท็จจริง เช่น แหล่งเงินที่ใช้จริง เอกสารอนุมัติหรือจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไขการเลือกสถานที่ และหลักฐานการชำระเงิน ซึ่งภาพราคาห้องพักจากเว็บไซต์ไม่ใช่หลักฐานเบิกจ่ายที่จะสรุปว่ามีการใช้เงิน สสส.

ในแถลงการณ์ยังระบุว่า แม้การประชุมครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบจาก สสส. แต่ในโครงการที่ได้รับทุนจาก สสส. อยู่ภายใต้ระบบกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามวัตถุประสงค์ ระเบียบ และเงื่อนไขโครงการ มีบัญชีและเอกสารประกอบการเบิกจ่ายทุกรายการ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

สมาพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้ นพ.เอกภพ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการสื่อสารสาธารณะ ซึ่งสามารถตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินสาธารณะได้ แต่ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานก่อนเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด และกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ ตลอดจนขวัญกำลังใจของเครือข่ายวิชาชีพและภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อสุขภาพประชาชนมาอย่างยาวนาน

ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า ขอให้โฆษกรัฐบาลยุติการเผยแพร่ข้อความที่กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานยืนยันเพียงพอ พร้อมเปิดเผยหลักฐานประกอบข้อกล่าวหา หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ขอให้แก้ไขหรือถอนข้อความที่สร้างความเข้าใจผิด พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวคำขอโทษต่อบุคคลและองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ขอยืนยันว่า สสส. กำหนดระเบียบกองทุนฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินโครงการ พ.ศ. 2562 และคู่มือการบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เงื่อนไขและอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการของผู้รับทุน โดยค่าเช่าที่พักในการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งสำนักงานฯ โครงการที่ สสส.ให้การสนับสนุน จะสามารถเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักในพื้นที่ปกติได้ไม่เกิน 1,500บาท/คน/วัน โดยจะต้องมีเอกสารประกอบการเบิกจ่ายที่ครบถ้วน อาทิ หลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม ใบอนุมัติการจ่ายเงิน หลักฐานการจ่ายเงิน ใบแสดงรายละเอียดการเข้าพัก ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายโดยใช้หลักการเดียวกับองค์กรรัฐทั่วไป ตามข้อกำหนดของกรมบัญชีกลาง

“ยืนยันว่า สสส. อนุมัติเบิกจ่ายตามเกณฑ์ที่กำหนด หากมีส่วนต่างเกินกว่าอัตราที่ระเบียบฯ กำหนด ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ และผู้รับทุนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ผู้รับทุนยึดถือปฏิบัติในการบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว.