สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า นพ.ตัน ซี เล็ง รมว.พลังงาน การค้า และอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า น้ำมันดิบดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ภายในคลังใต้ดิน หรือถ้ำใต้ดินจูร่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ของประเทศ
ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของสิงคโปร์ หากเกิดการหยุดชะงักของอุปทาน
ก่อนหน้านี้ นายอามิน นาสเซอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของซาอุดี อารามโก รัฐวิสาหกิจน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า รัฐบาลริยาดกำลังเจรจากับรัฐบาลต่างประเทศ เพื่อให้บริษัทเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บน้ำมัน หลังเส้นทางส่งออกสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงเผชิญความปั่นป่วน รวมถึงการโจมตีท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอื่น ๆ ของซาอุดีอาระเบีย
Singapore will store Saudi Arabian oil in caverns in the city-state from the second half of next year, part of a plan by the kingdom to cope with disruptions from the US-Iran war https://t.co/FDPWNwKWp7
— Bloomberg (@business) October 26, 2026
ข้อมูลจากเจทีซี คอร์ป หน่วยงานรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ ระบุว่า ถ้ำใต้ดินจูร่งสามารถจัดเก็บไฮโดรคาร์บอนเหลว ทั้งน้ำมันดิบและคอนเดนเสท ได้สูงสุด 1.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่าน้ำมันประมาณ 9 ล้านบาร์เรล
ด้านเจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย ระบุผ่านวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้าว่า การนำแหล่งสำรองน้ำมันเข้ามาใกล้ตลาดสำคัญในเอเชียจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่ายจัดหา และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมแสดงความหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะขยายตัวได้อีกในอนาคต.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



