คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ‘ไอพีซีซี’ (Intergovernmental Panel on Climate Change) ถูกกดดันอย่างหนักในที่ประชุม ณ กรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย หลังกลุ่มประเทศมหาอำนาจและประเทศกำลังพัฒนาบางแห่งเสนอให้เลื่อนการเผยแพร่รายงานประเมินสถานการณ์ภูมิอากาศโลก ฉบับที่ 7 หรือ ‘AR7’ ออกไป ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อแผนแก้วิกฤตโลกร้อนในเวทีระดับโลก

อ้างงานวิจัยโตในฝั่งตะวันตก

เดอะการ์เดียน สหราชอาณาจักร ระบุว่า ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อินเดีย และจีน เสนอให้เลื่อนวันเผยแพร่รายงาน AR7 จากกำหนดเดิมปี 2571 ออกไปเป็นปี 2572 โดยให้เหตุผลว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยด้านภูมิอากาศส่วนใหญ่มาจากสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ การเพิ่มเวลาจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมผลิตงานวิจัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ‘เคลาดิโอ อังเจโล’ จากองค์กร Observatório do Clima ในบราซิล โต้แย้งว่า แม้แบบจำลองจำลองทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะพัฒนามาจากซีกโลกเหนือ แต่นำเวลามาขยายเพิ่มอีกไม่กี่เดือนก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า ชาติอย่างซาอุดีอาระเบียหรืออินเดีย มีทั้งงบประมาณและเทคโนโลยีพร้อมอยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่สร้างแบบจำลองของตนเองขึ้นมาตั้งแต่แรก

เสี่ยงกระทบเวที COP33

ตามกำหนดการเดิม รายงาน AR7 ต้องเสร็จสิ้นภายในปี 2571 เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการประชุมสภาวะภูมิอากาศโลก หรือ COP33 ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นเวทีทบทวนความก้าวหน้าและการลดก๊าซเรือนกระจกของแต่ละประเทศตามข้อตกลงปารีส

ด้านกลุ่มพันธมิตรที่มีความมุ่งมั่นสูง (High Ambition Coalition) รวม 34 ประเทศ ทั้งกลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และชาติที่เสี่ยงรับผลกระทบรุนแรง จึงรวมตัวกันออกมาคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว พร้อมจี้ให้จัดทำรายงานให้เสร็จตามเวลาเดิม เพื่อไม่ให้ขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระหว่างเจรจา

ซึ่ง ‘เจส แกสเปอร์’ รัฐมนตรีจากหมู่เกาะมาร์แชลล์ ชี้ว่า การรับฟังข้อมูลวิทยาศาสตร์ของโลก ต้องไม่ถูกแทรกแซงด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง ขณะที่‘จีโวห์ เอ็มมานูเอล อับดุลไล’ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเซียร์ราลีโอน ย้ำว่า ข้อตกลงปารีสจะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อทุกประเทศใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นแนวทางหลักในการเจรจา

วิกฤตร้อนฉุกเฉินเกินรอ

การขอเลื่อนรายงานครั้งนี้ถูกคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากสภาพอากาศทั่วโลกกำลังวิกฤตขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเคยพุ่งสูงเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสมาแล้ว และหากประเทศต่างๆ ยังไม่มีแผนลดก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มจะพุ่งสูงเกิน 1.8 องศาเซลเซียสขึ้นไปอีก

ที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันหลายพื้นที่ทั่วโลกกำลังเจอน้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อนที่หนักขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับรายงานของไอพีซีซี ฉบับปี 2564-2565 ที่เตือนว่า หากไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่วันนี้ ความเสียหายจากวิกฤตโลกร้อนจะยิ่งรวดเร็ว รุนแรง และไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก

หวั่นเกมการเมืองแทรกแซง

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเลื่อนรายงานออกไปจะยิ่งทำให้การรับมือวิกฤตโลกร้อนนั้นล่าช้ากว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองหลายประเทศเริ่มต่อต้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ทั้งกระแสคัดค้านในสหรัฐฯ และแรงกดดันจากนักการเมืองฝ่ายขวาในยุโรปและอเมริกาใต้

ขณะเดียวกัน รายงานฉบับนี้ยังถูกจับตาเรื่องความโปร่งใส หลังจากเดอะการ์เดียนเคยเปิดเผยหลักฐานว่า ตัวแทนจากกลุ่มทุนน้ำมันเคยเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินของไอพีซีซีภายใต้การสนับสนุนของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลางของข้อมูล

ข้อถกเถียงเรื่องการเลื่อนรายงานในครั้งนี้ ยังส่งผลให้กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นชอบให้เลื่อนออกไป เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาส่งผลงานวิจัยเพิ่มขึ้น ส่วนอีกฝ่ายยืนยันว่าต้องเร่งจัดทำตามกำหนดเดิม ขณะที่ทางไอพีซีซี ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย จีน และอินเดีย ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว