อันโตโนอัลโด เนเวส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด สายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways) สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า ได้รุกหนักตลาดท่องเที่ยวและสายการบินพรีเมียมในภูมิภาคเอเชีย โดยนำเครื่องบินเรือธง แอร์บัส A380 มาให้บริการบนเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และกรุงอาบูดาบี (ท่าอากาศยานนานาชาติซายิด) แบบรายวันอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับดีมานด์การเดินทางระดับบนช่วงฤดูหนาว (High Season) ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว “เดอะ เรสซิเดนซ์” ห้องสวีทสุดหรูบนเครื่องบินที่มีพื้นที่ส่วนตัวถึง 3 ห้องแห่งเดียวในโลก ซึ่งนำมาให้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

การนำแอร์บัส A380 เข้ามาหมุนเวียนให้บริการในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายขีดความสามารถการรองรับผู้โดยสาร และสร้างความต่างในผลิตภัณฑ์ชั้นนำ โดยเดอะ เรสซิเดนซ์ ถือเป็นยอดของนวัตกรรมห้องโดยสารที่ถูกวางตำแหน่งเป็นบริการระดับอัลตราลักชัวรี มีรายละเอียดบริการสำคัญ ได้แก่
พื้นที่ส่วนตัวขนาด 125 ตารางฟุต ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่นแยกสัดส่วนพร้อมโซฟาหนัง, ห้องนอนพร้อมเตียงคู่ และห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัวอาบน้ำในตัว พร้อมบริการพนักงานต้อนรับประจำห้องสวีท, เมนู Fine Dining, บริการ Wi-Fi ฟรี, รถรับส่งพร้อมพนักงานขับรถส่วนตัว (Etihad Chauffeur) และสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองส่วนตัว ณ อาบูดาบี

นอกจากนี้ บนชั้น upper deck ของ A380 ยังประกอบด้วย First Apartments จำนวน 9 ห้องสวีทส่วนตัว พร้อมเก้าอี้หนัง Poltrona Frau ที่ปรับเป็นเตียงนอน และห้องอาบน้ำบนเครื่องบิน ตลอดจนห้องโดยสารชั้นธุรกิจ (Business Class) อีก 70 ที่นั่ง ที่มาพร้อมพื้นที่สังสรรค์ The Lobby ส่วนชั้นล่างเป็นห้องโดยสารชั้นประหยัด (Economy Class) จำนวน 415 ที่นั่ง ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณที่นั่งต่อเที่ยวบินอย่างมีนัยสำคัญ
การเพิ่มกรุงเทพฯ เข้าสู่เครือข่าย A380 เป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำการลงทุนระยะยาวในภูมิภาคนี้ โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักของบริการระดับพรีเมียม การนำเครื่องบินเรือธงมาลงจอดนอกจากจะช่วยขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารแล้ว ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกรุงอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง (Transit Hub) ระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป



