สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยแพร่แถลงการณ์ของนางเกย์ล สมิธ ผู้ประสานงานด้านภารกิจฟื้นฟูจากโรคโควิด-19 ว่ารัฐบาลวอขิงตันเริ่มการจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโมเดอร์นา รวมกันเป็นจำนวน 25 ล้านโด๊ส เพื่อกระจายฉีดให้แก่ประชาชนในทั้ง 49 ประเทศของทวีปแอฟริกา ผ่านการจัดสรรโดยโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และสหภาพแอฟริกา ( เอยู )
The U.S. is working with @_AfricanUnion and @gavi to share through COVAX 25 million safe and effective COVID-19 vaccine doses with 49 countries in Africa. Together we will defeat the global pandemic and build a safer, healthier & more secure world for all. https://t.co/5UWjXMQmLr pic.twitter.com/5N8eHGcjXh
— Department of State (@StateDept) July 17, 2021
ขณะที่แหล่งข่าวอาวุโสในทำเนียบขาวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จิบูตี บูร์กินาฟาโซ และเอธิโอเปีย เป็นสามประเทศแรกที่จะได้รับวัคซีน โดยเป็นวัคซีนแบบฉีดเข็มเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยจิบูตีและบูร์กินาฟาโซรับไปเบื้องต้นประเทศละ 151,200 โด๊ส และเอธิโอเปีย 453,600 โด๊ส
#Africa has recorded a 43% week-on-week rise in #COVID19 deaths. Hospital admissions have increased rapidly on the continent — causing a shortage of oxygen and intensive care beds. https://t.co/Fp3jaS6lsG pic.twitter.com/Hosc1AqW8b
— WHO African Region (@WHOAFRO) July 15, 2021
We answer your questions about the #COVID19 vaccines and fertility #ViralFactsAfrica pic.twitter.com/uJL69PKk0d
— WHO African Region (@WHOAFRO) July 12, 2021
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้นไม่นาน หลังรายงานของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของประชาชนในทวปีแอฟริกา เพิ่มขึ้น 43% ภายในสัปดาห์เดียว และ นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ เรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยงในประเทศของตัวเอง คือผู้สูงอายุ บุคลากรการแพทย์ และผู้มีโรคประจำตัว "ที่เปราะบาง" ต่อโรคโควิด-19 รวมกันทุกประเทศให้ได้อย่างน้อย 10% ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ระดับโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
















