จากกรณีที่นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักร้อง นักแสดงชื่อดัง เป็นโจทก์ฟ้องนายพัฒนพล กุญชร หรือ ดีเจแมน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีที่นายพัฒนพล หรือ ดีเจแมน ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายว่า นายรัฐภูมิ เรียกเงิน 14 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคดีแชร์ Forex-3D นั้น
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้นัดทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ย เวลา 09.00 น. โดยก่อนขึ้นศาล นายพัฒนพล กุญชร พร้อมทนายความ นายอมร กุศล เดินทางมาถึงก่อน โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ดีเจแมนได้ยกมือไหว้บริเวณหน้าศาลอาญา ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เรื่องการไกล่เกลี่ยวันนี้ ตนมีธงอยู่ในใจ จะลองคุยดูว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ดีเจแมนและฟิล์ม ได้มีการติดต่อส่วนตัวกันหรือไม่ นายพัฒนพล กล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยมี เมื่อถามว่าทนายบอกว่าอยากให้มีการไกล่เกลี่ยกันก่อน ส่วนตัวดีเจแมนเห็นด้วยหรือไม่ นายพัฒนพลระบุว่า ทนายตนไม่เคยบอกให้มีการไกล่เกลี่ย แต่อยากให้คุยและฟังดูว่าเขาจะพูดอย่างไร มีความคิดเห็นแบบใด ส่วนแนวโน้มวันนี้จะออกมาในทิศทางไหนนั้น ตนมีในใจ สิ่งที่เราพูดไปทุกอย่างมันคือเรื่องจริง แต่รอดูว่าเขาจะพูดอย่างไร

เมื่อถามว่าเงื่อนไขฝั่งคู่กรณีที่ดีเจแมนยังยอมรับไม่ได้คืออะไร นายอมร ระบุว่า ตอนนี้เป็นระหว่างการพิจารณาคดีกันอยู่ ข้อเท็จจริงต่างๆ เรายังไม่อยากพูด อยากให้รอกระบวนการไกล่เกลี่ยเสร็จสิ้น แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง ซึ่งในส่วนรายละเอียดของข้อเท็จจริงขออนุญาตยังไม่เปิดเผย เนื่องจากอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีกันอยู่
เมื่อถามว่าจะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ นายอมร ระบุว่า สุดแท้แต่คู่กรณีว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร และจะรับได้หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่รับ มีทางออกอยู่สองทาง คือ รับได้ กับ รับไม่ได้ แต่ถ้ารับก็โอเคไม่มีปัญหา แต่ถ้ารับไม่ได้ก็ปกติ จะมีการนัดสืบพยานกันต่อไป ส่วนตัวในฐานะทนายความ ผู้รับผิดชอบคดีนี้ไม่มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อถามย้ำว่าวันนี้จะเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างดีเจแมน และฟิล์ม-รัฐภูมิ นายพัฒนพล ระบุว่า ใช่ครับ ส่วนการเจอหน้าในครั้งนี้ ตนก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวรู้สึกว่าการได้เจอกันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะแต่ก่อนก็ไม่เคยเจอกัน แต่ถ้าเป็นอีกยุค อีกสมัยหนึ่ง ก็จะคิดอะไรนิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมโตขึ้นแล้ว ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ พร้อมย้ำว่า สิ่งที่อยู่ในใจคือสิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดคือความจริงแค่นั้นเอง ส่วนฝั่งคู่กรณีจะว่าอย่างไร ก็ต้องว่ากันอีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายพัฒนพล พร้อมทนายความกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น นายรัฐภูมิ พร้อมกับทนายความได้เดินทางมาถึงศาลอาญาพอดี โดยช่วงหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์ใกล้จะเสร็จ สื่อมวลชนได้เชิญให้นายรัฐภูมิเข้ามาให้สัมภาษณ์ตรงพื้นที่สื่อมวลชน ซึ่งเป็นจังหวะที่ทั้งคู่จะต้องเดินสวนกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว นายพัฒนพลตัดสินใจเดินออกไปทางขวา ก่อนขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดี โดยไม่มีการพูดคุยหรือทักทายใดๆ กับนายรัฐภูมิ
ต่อมาด้านนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังเดินทางมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับดีเจแมนตัวต่อตัว และตนไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน มีแค่ติดต่อผ่าน นางสาวสุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย ที่เคยพูดว่าอยากให้มาเจอกัน ก็เลยตั้งใจมาฟังดูว่าวันนี้จะพูดคุยกันในรูปแบบไหน ก็เปิดโอกาสอยู่แล้ว

นายรัฐภูมิ กล่าวว่า ไม่ได้มีอคติหรือความรู้สึกติดใจใด ๆ กับอีกฝ่าย และพร้อมที่จะให้อภัยหากด้านดีเจแมนยอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษ โดยย้ำว่า “ความจริงก็คือความจริง” และตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลใด ๆ ทั้งต่อคดีนี้และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ในครั้งที่แล้วเขาไม่มา วันนี้เลยอยากฟังจากเขาโดยตรง ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ เพราะตนเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาไปได้ข้อมูลอะไรถึงเข้าใจผมผิดแบบนั้น ทั้งที่หลักฐานมันก็อยู่ตรงหน้า
นายรัฐภูมิ กล่าวด้วยว่า การเจรจาในวันนี้ เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการไกล่เกลี่ย ยังไม่มีการนำหลักฐานใหม่มาแสดงเพิ่มเติม และยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น โดยตนเองไม่ได้รู้สึกกดดัน เพราะเป็นฝ่ายโจทก์ และมั่นใจในข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีอยู่

นายรัฐภูมิ กล่าวท้ายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกโกรธหรืออยากตอบโต้ใด ๆ เพียงแต่อยากฟังคำชี้แจงจากอีกฝ่ายด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกอย่างจบลงด้วยความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกันอย่างเหมาะสม


