ภาพสวนสาธารณะคลองช่องนนทรีเต็มรูปแบบ ครบ 5 ช่วง ตั้งแต่ถนนสุรวงศ์ จดถนนพระรามที่ 3 รวมระยะทาง 4.5 กิโลเมตร ทั้งโครงการคาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค.65

ท่ามกลางเสียงงานก่อสร้างที่เดินหน้า อีกด้านก็ยังมีคำถามจากสังคม เป็นที่ถกเถียงทั้งการออกแบบ ความคุ้มค่างบประมาณ 980 ล้านบาท  ไปจนถึงสภาพที่สอดคล้องกับคลองในกทม.หรือไม่ หลายข้อสงสัยเหล่านี้ “ทีมข่าวชุมชนเมือง” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดวงฤทธิ์ บุนนาค” สถาปนิกและนักออกแบบ ที่มาสะท้อนอีกมุมมองน่าสนใจ   

ดวงฤทธิ์ เปิดด้วยความเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการใหม่ที่มีไอเดียดี และผู้ว่าฯกทม.มีเจตนาที่ดีในการพัฒนาเมือง แต่โครงการเริ่มต้นมาไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะกทม.ควรมีการศึกษาอย่างรอบด้านก่อน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ผลตอบแทน ต้องประเมินผลตามหลักวิชาการ ก่อนออกแบบและลงมือทำ ไม่ใช่แค่การสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างว่าต้องการหรือไม่ และไม่ใช่เห็นคลองไหนก็ทำหมด เพราะปัจจุบันบริบทคลองในกทม.เปลี่ยนไป ถนนเข้ามาแทน คลองเล็กลง

“การปรับปรุงคลองเป็นเรื่องที่ดี แต่คลองกลางถนนใครจะไปเดิน ความสัมพันธ์คลองกับคนในย่านนี้เปลี่ยนไป เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดก่อนออกแบบ

สำหรับงบก่อสร้างวงเงิน 980 ล้านบาท ดวงฤทธิ์ เผยว่า ไม่แพงหากเทียบว่าเมืองได้อะไรกลับมาจากงบประมาณก้อนนี้ กทม.ยังมีอีกหลายที่ต้องพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเรื่องระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบป้องกันน้ำท่วม หรือการลดความเลื่อมล้ำ และสร้างโอกาส เช่น สร้างห้องสมุดในสลัม 

อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการฯลงมือก่อสร้างแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องประเมินว่าจะไปถึง “เป้าหมาย” ที่ตั้งไว้หรือไม่ หากไม่ถึงเป้าหมาย ต้องยอมรับว่านี่คือ “ความล้มเหลว” และจะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อถามถึงรูปแบบโครงการฯ มองว่าเน้นออกแบบให้ถ่ายรูป มากกว่าการใช้งาน ส่วนตัวเชื่อว่าค้านความรู้สึกคนใช้งานจริง และไม่เห็นด้วยกับการที่สถาปนิกออกแบบให้ฟรี เพราะอาจทำให้เกิดความคิดต่อวิชาชีพที่เปลี่ยนไป และเป็นช่องว่างของการคอร์รัปชั่นได้ เช่น ผู้รับเหมามีการเปลี่ยนสเปก ดังนั้น ภาครัฐควรแบ่งสัญญาจัดจ้างที่ชัดเจน

ถือเป็นอีกเสียงผ่านมุมมองวิชาชีพและผู้ใช้ชีวิตในเมืองหลวง…

ขณะที่ “อรยา สูตะบุตร” ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Big Trees เครือข่ายที่สนับสนุนการอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง สะท้อนภาพรวม กทม.ในการจัดการที่สาธารณะช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมาว่า มีการพัฒนาเชิงนโยบาย  และผู้บริหารให้ความสำคัญกับภาคประชาชน เอกชน องค์กรต่างๆมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ถือว่ากทม.พร้อมทำงานกับมืออาชีพมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างโครงการสวนคลองช่องนนทรี กทม.ก็ทำงานร่วมกับภูมิสถาปนิกมืออาชีพ ที่เคยผ่านการออกแบบโครงการใหญ่มาก่อน ส่วนตัวยังมองว่าโครงการฯดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ดีในการปรับปรุงที่สาธารณะ และภายในปีนี้ กทม.จะเปิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มอีกกว่า 10 แห่งด้วย

ท้ายนี้ อาจมีบางฝ่ายมองว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินความคุ้ม หรือไม่คุ้มค่า เพราะนอกจากมูลค่าตามงบประมาณ การใช้งานจริงน่าจะเป็นตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพมากสุด เมื่อใช้งบประมาณแผ่นดิน ประโยชน์ที่ได้จึงต้องมองส่วนรวมและให้ประชาชนร่วมตัดสิน ดังนั้น รอโครงการเสร็จสิ้น และใช้งานจริงถาวร ถึงวันนั้นคงได้ “ติ” “ชม” กันอย่างเต็มปากเต็มคำ     

จุดไหนบ้าง“โครงการ 5 ช่วง”

ช่วงที่ 1 จากถนนสุรวงศ์ถึงถนนสาทร ระยะทาง 800 เมตร งบ 80 ล้านบาท

ช่วงที่ 2 จากถนนสาทรถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ระยะทาง 200 เมตร งบ 80 ล้านบาท

ช่วงที่ 3 จากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ถึงถนนจันทน์ ระยะทาง 1,600 เมตร งบ 370 ล้านบาท

ช่วงที่ 4 จากถนนจันทน์ถึงถนนรัชดาภิเษก ระยะทาง 1,000 เมตร งบ 250 ล้านบาท

ช่วงที่ 5 จากถนนรัชดาภิเษกถึงถนนพระรามที่ 3 ระยะทาง 900 เมตร งบ 200 ล้านบาท

ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน