สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. โดยอ้างจากแห่งข่าวในสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ว่าผลการสอบสวนหาสาเหตุของภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่การทูต เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง และพลเมืองทั่วไปรวมมากกว่า 1,000 คน ปรากฏว่า อาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่ “สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์” หรือ “ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม” และ “ปัจจัยทางเทคนิค” ที่อาจรวมถึงอาการป่วยซึ่งบุคคลนั้นไม่ทราบมาก่อนว่าเกิดขึ้นกับร่างกาย


แม้ยังมีอาการของผู้ป่วยอีกประมาณ 20 คนซึ่งยังคงต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ซีไอเอยังไม่พบหลักฐานว่า “ตัวแสดงที่เป็นรัฐ” มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่ละทิ้งประเด็นดังกล่าว และจะสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป


ทั้งนี้ ฮาวานา ซินโดรม เป็นกลุ่มอาการป่วยคลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน และปวดศีรษะอย่างรุงแรงอาจถึงขั้นสูญเสียความทรงจำบางส่วน โดยรัฐบาลวอชิงตันเรียกกลุ่มอาการเหล่านั้นโดยพาดพิงชื่อเมืองหลวงของคิวบา เนื่องจากนักการทูตสหรัฐประจำกรุงฮาวานา เป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ล้มป่วยลักษณะนี้ ระหว่างปี 2559-2560 ผู้ป่วยหลายคนบอกด้วยว่า “ได้ยินเสียงดังสนั่น” ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนศีรษะได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง แต่แหล่งกำเนิดเสียงยังไม่ทราบแน่ชัด


หลังเกิดเหตุที่คิวบาได้ระยะหนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันอพยพเจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนกลับประเทศ และรายงานบางกระแสอ้างด้วยว่า ซีไอเอถึงขั้นต้องปิดสถานีในกรุงฮาวานาอย่างไม่มีกำหนด ด้านฝ่ายสอบสวนของสหรัฐเชื่อว่า เป็นการเจตนาโจมตีโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง โดยคิวบาและรัสเซียอาจมีความเกี่ยวข้อง


ขณะที่ นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการซีไอเอ สั่งย้ายหัวหน้าสถานีซีไอเอประจำกรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตอบสนองต่อภาวะฮาวานา ซินโดรม ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ หลังเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านั้น นักการทูตสหรัฐมากกว่า 20 คนในออสเตรีย มีการผิดปกติทางร่างกายจากภาวะฮาวานา ซินโดรม ในเวลาไล่เลี่ยกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES