เวลา 08.00 น. ของวันพุธที่ 19 ม.ค. เที่ยวบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สบินขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติไมอามี เพื่อมุ่งหน้าไปยังลอนดอน หลังจากออกเดินทางไปราว 90 นาที เครื่องบินลำดังกล่าวก็บินกลับไปยังไมอามี 

เคอร์ติส เบลสซิง โฆษกของสายการบินดังกล่าวชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่าสาเหตุของการบินกลับไปยังต้นทางนั้น เนื่องมาจากการก่อกวนของผู้โดยสารรายหนึ่งซึ่งปฏิเสธที่จะสวมหน้ากากอนามัยตามระเบียบของรัฐบาลกลางในการป้องกันโรคติดต่อ เขายังยืนยันอีกว่ามีการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ภาคพื้นดินหลังจากที่เครื่องบินบินกลับมายังไมอามี

โฆษกของกรมตำรวจไมอามี เดด ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้โดยสารหญิงในวัยราว 40 ปีลงจากเครื่องบิน เนื่องจากเธอไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยบนเครื่อง แต่ไม่มีการจับกุมหญิงคนดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่โฆษกของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สระบุว่า จะนำชื่อของผู้โดยสารหญิงดังกล่าวบรรจุลงในรายชื่อของลูกค้าที่บริษัทไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของสายการบิน

เที่ยวบินดังกล่าวต้องถูกยกเลิก และผู้โดยสารรายอื่น ๆ ต้องรอเที่ยวบินใหม่ โดยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 129 คนและเจ้าหน้าที่ของสายการบินอีก 14 คน

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยในการเดินทางสาธารณะของสหรัฐกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยบนเครื่องบิน รถไฟและรถโดยสาร รวมถึงภายในอาคารของท่าอากาศยานและสถานีรถไฟในระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการซึ่งประธานาธิบดีไบเดนประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนที่แล้ว และจะบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 18 มี.ค. เป็นอย่างน้อย

ตามข้อมูลขององค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ ผู้โดยสารที่ไม่ยอมปฏิบัติตามระเบียบเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนเกือบ 6,000 ราย โดยมีเหตุการณ์ 4,290 เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสวมหน้ากากอนามัย ส่วนในปีนี้ แม้จะเพิ่งเริ่มต้นเดือนแรกของปี ก็มีเหตุการณ์ก่อกวนที่เกี่ยวข้องกับการสวมหน้ากากอนามัยเกิดขึ้น 92 เหตุการณ์และมีรายงานถึงจำนวนผู้โดยสารที่ไม่ยอมทำตามระเบียบ 151 ราย

แหล่งข่าว

https://www.yahoo.com/news/woman-refuses-mask-flight-london-185953958.html

เครดิตภาพ : Getty Images