สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า บริษัท “โททาล เอเนอร์จีส์” ของฝรั่งเศส และ “เชฟรอน” ของสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตด้านพลังงานรายใหญ่อันดับต้นของโลก เผยแพร่แถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อวันศุกร์ ยุติปฏิบัติการทั้งหมดในเมียนมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา “ที่ทรุดโทรมอย่างหนักและยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น” นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ปีที่แล้ว


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังโททาลแสดงจุดยืนร่วมสนับสนุน การให้ประชาคมโลกร่วมกันออกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมพลังงานของเมียนมา โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือเป็น “แหล่งรายได้สำคัญเพียงไม่กี่อย่างที่ยังเหลืออยู่” ของกองทัพเมียนมา


ขณะที่แถลงการณ์ของเชฟรอนมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และยืนยันจะปฏิบัติตามแนวทางการคว่ำบาตรระดับสากล หากมีการประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการ


ทั้งนี้ โททาลและเชฟรอนต่างเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีบทบาทสำคัญต่อการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติ “ยาดานา” นอกชายฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากชายฝั่งใกล้ที่สุดของเมียนมาประมาณ 60 กิโลเมตร โดยพลังงานจากแหล่งก๊าซยาดานาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ 50% ของเมืองย่างกุ้ง และ 8% สำหรับไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES