สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่าศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (ซีเอสไอเอส) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันวิชาการของสหรัฐ เผยแพร่รายงานพร้อมภาพถ่ายดาวเทียม ระบุวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา เผยให้เห็นเรือขุดลอกหลายลำ ในน่านน้ำอ่าวไทย ไม่ห่างจากชายฝั่งของฐานทัพเรือเรียม ที่จังหวัดพระสีหนุหรือสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา โดยเรือทยอยเดินทางมาถึงระหว่างวันที่ 13-15 ม.ค. ที่ผ่านมา


เบื้องต้นซีเอสไอเอสวิเคราะห์ว่า เป็นการปรับพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก สำหรับให้เรือขนาดใหญ่จอดเทียบท่า และมีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าโครงการแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ข้อตกลงลับ” ระหว่างกัมพูชากับจีน ตามที่เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เคยรายงาน เมื่อปี 2562 ว่าสัญญาดังกล่าวอนุญาตให้จีนใช้ฐานทัพในระยะแรกได้นานถึง 30 ปี ก่อนมีการพิจารณาขยายระยะเวลาทุก 10 ปี โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) สามารถนำสินทรัพย์ทางทหาร ที่รวมถึงเรือรบและกำลังพลไม่จำกัดจำนวน เข้ามาติดตั้งและประจำการที่ฐานทัพเรือเรียม


แม้รัฐบาลพนมเปญของสมเด็จฮุน เซน ยืนกรานมาตลอด ว่ารัฐธรรมนูญของกัมพูชาระบุชัดเจนว่า ห้ามประเทศใดก็ตามเข้ามาประจำการทหารและสรรพาวุธ อย่างไรก็ตาม สมเด็จเตีย บัญ รมว.กลาโหมของกัมพูชา กล่าวเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว “ขอบคุณ” ที่จีนมอบความช่วยเหลือด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์ ภายในฐานทัพเรือเรียม และยังโพสต์ภาพ “ความคืบหน้า” ของการซ่อมแซมฐานทัพเรือเรียม ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย


ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชา “แสดงความโปร่งใสเกี่ยวกับเจตนา และแผนการ” ของโครงการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม ซึ่งชัดเจนมากขึ้นว่า จีนเข้ามามีบทบาทในการก่อสร้าง

ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันประกาศมาตรการปิดล้อมด้านอาวุธต่อกัมพูชา เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เนื่องรัฐบาลพนมเปญ “เปิดโอกาสทางทหาร” ให้แก่จีน ในการขยายอิทธิพล และใช้งานทรัพยากรในฐานทัพเรือเรียม ซึ่งเป็นฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ “ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคง และการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ” และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา “ที่ยังคงน่าวิตกกังวล”.

เครดิตภาพ : REUTERS