สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) เมื่อวันที่ 25 ม.ค. เกี่ยวกับความพยายามของกองกำลังฮูตีในเยเมน ซึ่งยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในกรุงอาบูดาบี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ระบบป้องกันทางอากาศสามารถตรวจจับและทำลายขีปนาวุธได้ทั้งสองลูกนั้น
The UAE reportedly intercepted two ballistic missiles over Abu Dhabi early Monday. The attack was the second in a week claimed by Yemen’s Houthi rebels. pic.twitter.com/QsJFW9Pufn
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 24, 2022
กองทัพยูเออีรายงานความคืบหน้าของเรื่องนี้ ว่าเป้าหมายของขีปนาวุธทั้งสองลูก คือฐานทัพสหรัฐ “อัล ดาฟรา” ซึ่งตั้งอยู่ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ระบบแพทริออตที่ติดตั้งอยู่รอบฐานทัพสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงหนึ่งต้องมีการเปิดสัญญาณไซเรน เพื่อเตือนให้ทหารอเมริกันประมาณ 2,000 นาย และบุคลากรอีกจำนวนหนึ่ง ต้องเข้าไปหลบในบังเกอร์เป็นการชั่วคราวก็ตาม
นับเเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ที่เมืองหลวงของยูเออีตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหารจากกลุ่มกบฏฮูตี โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน หลังกลุ่มกบฏฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีรถบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 คัน ในเขตอุตสาหกรรม มุสซาฟฟาห์ ของกรุงอาบูดาบี และทำให้เกิดเพลิงไหม้ไซต์งานก่อสร้าง ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี
Yemen's Houthis fail in second missile attack on UAE https://t.co/OhvBLJTM1Y pic.twitter.com/lpVSgeatqq
— Reuters World (@ReutersWorld) January 24, 2022
ด้านสำนักข่าวแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ( เอสพีเอ ) รายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน เป็นแรงงานชาวต่างชาติทั้งคู่ ซึ่งเป็นผลจากเศษซากของจรวด มาจากการที่ระบบป้องกันของกองทัพสามารถตรวจจับ และทำลายขีปนาวุธลูกหนึ่ง ซึ่งมีการยิงมาทางพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเช่นกัน

ขณะที่ นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในยูเออีและซาอุดีอาระเบีย พร้อมทั้งเรียกร้อง “การคลี่คลายความขัดแย้งตามวิธีทางการทูต” แต่ยังปฏิเสธกล่าวเพิ่มเติม ว่าทำเนียบขาวจะตอบรับข้อเรียกร้องของยูเออีหรือไม่ ซึ่งต้องการให้รัฐบาลวอชิงตันกลับมาขึ้นบัญชีดำกบฏฮูตี ในฐานะองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ด้วยว่า หากซาอุดีอาระเบียและยูเออีเลือกวิธีโจมตีทางทหารในเยเมนอีก สถานการณ์มีแต่จะยิ่งเลวร้ายขึ้น เนื่องจากเพียงไม่กี่วันหลังกบฏฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีกรุงอาบูดาบี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เมื่อวันที่ 17 ม.ค. กองทัพซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรโจมตีศูนย์กักกันในเมืองซาดาของเยเมน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ราย.
เครดิตภาพ : REUTERS



