สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ( นาซา ) รายงานว่า การปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟใต้ทะเล “ฮังกา-ตองกา ฮังกา-ฮายาไป” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับตองกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดพลังงานกลในระดับรุนแรง “มากกว่าหลายร้อยเท่า” เมื่อเทียบกับระเบิดปรมาณู ซึ่งกองทัพสหรัฐทิ้งใส่เมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง
The eruption this month of an underwater volcano near Tonga was hundreds of times more powerful than the Hiroshima atomic bomb, according to NASA. @rheamogul and @malexstambaugh have the details. https://t.co/7rG1ShhY2t
— CNN Asia Pacific (@cnnasiapr) January 25, 2022
แม้การวิเคราะห์ดังกล่าวยังเป็นเพียงเบื้องต้น แต่นาซาเชื่อว่าพลังงานที่เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟฮังกา-ตองกา ฮังกา-ฮายาไป เทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนักระหว่าง 4-18 ล้านตัน ขณะที่การปะทุของภูเขาไฟเซ็นต์ เฮเลนส์ ในรัฐวอชิงตันของสหรัฐ เมื่อปี 2523 ปล่อยพลังงานเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนัก 24 ล้านตัน ส่วนการปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว ที่อินโดนีเซีย เมื่อปี 2426 รุนแรงเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนัก 200 ล้านตัน
รายงานของนาซายัง ระบุอีกว่า เถ้าถ่านและกลุ่มควันซึ่งพวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟฮังกา-ตองกา ฮังกา-ฮายาไป ลอยขึ้นสูงจากปากปล่องเป็นระยะทางไกลถึง 40 กิโลเมตร และพื้นที่บางแห่งของตองกาเผชิญกับสึนามิสูงถึง 15 เมตร
ทั้งนี้ นาซาและผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟวิทยาจากนานาประเทศจับตาความเปลี่ยนแปลงของผืนดินบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี 2558 เมื่อการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลในครั้งนั้น ส่งผลให้เกิดการประสานกัน ระหว่างเกาะฮังกา-ตองกา กับเกาะฮังกา-ฮายาไป และหลังการปะทุเมื่อกลางเดือนนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อเกาะฮังกา-ฮายาไป ได้หายไป.
เครดิตภาพ : REUTERS



