สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า บริษัทโมเดอร์นาเริ่มการทดสอบทางคลินิก การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นหรือบูสเตอร์ ในปริมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะ ให้มีประสิทธิภาพต้านทานเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอมิครอน
ทั้งนี้ การทดสอบอาศัยอาสาสมัครในสหรัฐประมาณ 600 คน มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างได้รับวัคซีนสองเข็มแรกของโมเดอร์นาเป็นระยะเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน และกลุ่มตัวอย่างที่เหลือรับวัคซีนของโมเดอร์นามาแล้ว 3 เข็ม
ANNOUNCEMENT ?: Given the long-term threat demonstrated by Omicron’s immune escape, we are pleased to announce that the first participant has been dosed in the Phase 2 study of our #Omicron-specific #booster candidate (mRNA-1273.529)! Learn more: https://t.co/wtbRLWEBh9 pic.twitter.com/vpFV9ORA7i
— Moderna (@moderna_tx) January 26, 2022
การประกาศดังกล่าวของโมเดอร์นา เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ และบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี เริ่มการทดสอบทางคลินิก วัคซีนโควิด-19 รุ่นต่อไป ให้มีประสิทธิภาพต้านทานเชื้อโอมิครอน โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนรุ่นใหม่ครบทั้งสามเข็ม และกลุ่มที่ฉีดวัคซีนรุ่งดั้งเดิมของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ครอบสองเข็มแล้ว และเข้ารับการฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนรุ่นใหม่สำหรับเชื้อโอมิครอน
ขณะที่รายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ ( ซีดีซี ) ระบุว่า ปัจจุบันเชื้อโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศ ด้วยสัดส่วน 99.9% ส่วนที่เหลืออีก 0.1% คือเชื้อเดลตา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















