สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า บริษัททวิตเตอร์เผยแพร่รายงานความโปร่งใส ซึ่งจัดทำทุก 2 ปี ปรากฏว่า บริษัทได้รับคำร้องจากหน่วยงานรัฐทั่วโลก ให้ลบเนื้อหามากเป็นสถิติ 43,387 รายการ เกี่ยวข้องกับบัญชี 196,878 บัญชี ระหว่างเดือน ม.ค.ถึงเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว นับเป็นสถิติสูงสุด ตั้งแต่ทวิตเตอร์เริ่มเผยแพร่รายงานลักษณะนี้ เมื่อปี 2555


สำหรับประเทศที่หน่วยงานรัฐขอให้ลบเนื้อหามากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของทวิตเตอร์ รองจากอเมริกา โดยหน่วยงานรัฐยื่นเรื่องเข้ามา 18,518 รายการ โดย 93% ของคำร้อง ระบุว่า เนื้อหาที่ต้องการให้ลบมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สิ่งลามกอนาจาร และอาชญากรรมทางการเงิน โดยการดำเนินการของรัฐบาลญี่ปุ่นในเรื่องนี้ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2563


ทั้งนี้ ญี่ปุ่นครองอันดับ 1 ประเทศที่ขอให้ทวิตเตอร์ลบเนื้อหามากที่สุด ทั้งในข่วง 6 เดือนแรก และ 6 เดือนหลังของปี 2563 ด้วย
ขณะที่อันดับ 2 คือ รัสเซีย โดยคำร้องที่รัฐบาลมอสโกยื่นเข้ามานั้น ประมาณ 71% เกี่ยวข้องกับเนื้อหาซึ่งสนับสนุนการฆ่าตัวตาย ตามด้วยอันดับ 3 คือ ตุรกี อินเดียอยู่ในอันดับ 4 และปิดท้าย 5 อันดับแรก ด้วยเกาหลีใต้


นอกเหนือจากคำร้องของหน่วยงานรัฐ ทวิตเตอร์รวบรวมคำร้องของภาคเอกชนเช่นกัน ซึ่ง 3 อันดับแรกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 ได้แก่ ญี่ปุ่น บราซิล และสหรัฐ


อนึ่ง ทวิตเตอร์เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ “ด้วยวิธีปกติ” ในบางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีน และเกาหลีเหนือ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES