สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นผ่านมติเรียกร้องนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ดำเนินการตามกระบวนการทางการทูต เพื่อแก้ไข “สถานการณ์ร้ายแรงด้านสิทธิมนุษยชน” ในปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เขตปกครองตนเองทิเบต และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ทั้งนี้ ที่ประชุมแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับ การกักขังหน่วงเหนี่ยว และการละเมิดเสรีภาพของการนับถือศาสนา เนื่องจากปัญหาสิทธิมนุษยชน “ไม่ใช่ปัญหาภายใน” เนื่องจากสิทธิมนุษยชน “เป็นคุณค่าระดับสากล” และเป็น “สิทธิอันชอบธรรมของประชาคมโลก” ที่จะแสดงความวิตกกังวล
Japan parliament adopts resolution on human rights in China https://t.co/hLYxbqr6xf pic.twitter.com/BR84v6B93t
— Reuters (@Reuters) February 1, 2022
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสภาล่างญี่ปุ่น แม้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่เกิดขึ้นเพียง 4 วัน ก่อนมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ และญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศซึ่งเข้าร่วม “บอยคอตทางการทูต” กับสหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และประเทศตะวันตกอีกหลายแห่ง ในการไม่ส่งผู้แทนรัฐบาลเข้าร่วมพิธีเปิดและพิธีปิด แต่จะยังคงส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันตามปกติ
อนึ่ง ไม่มีเนื้อหาในตอนใดของมติที่ “วิพากษ์วิจารณ์โดยตรง” เกี่ยวกับนโยบายทางสังคมของจีน อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลของคิชิดะออกมาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมากมากขึ้น เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เขตปกครองตนเองทิเบต และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง.
เครดิตภาพ : REUTERS



