สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ว่านายอามิน นาสเซอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของซาอุดีอารามโก รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ตอนนี้ปริมาณพลังงานสำรองทั่วโลกยังคงเผชิญกับแรงบีบคั้นอย่างหนัก จากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้การเดินเรือลดลงและผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นตามมา


นาสเซอร์กล่าวด้วยว่า การที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม ไม่ได้มีความหมายเท่ากับการทำให้ตลาดกลับมาสู่สภาวะปกติ หลังจากที่ต้องสูญเสียน้ำมันไปราว “1,000 ล้านบาร์เรล” พร้อมเสริมว่า ปัญหาการลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ซึ่งสะสมมานานหลายปี ซ้ำเติมภาวะตึงเครียดของคลังน้ำมันสำรองทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว


ซีอีโอของซาอุดีอารามโกยืนยันว่า เป้าหมายของบริษัทนั้น “เรียบง่าย” คือการรักษาให้พลังงานมีการไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามที่ห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญกับภาวะตึงเครียดอย่างหนัก


ปัจจุบัน ซาอุดีอารามโกหันไปใช้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก เพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและขนส่งน้ำมันดิบไปยังทะเลแดงแทน ซึ่งนาสเซอร์ระบุว่าสินทรัพย์นี้เป็น “เส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญ” ในการบรรเทาวิกฤติอุปทานโลก


แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ แต่นาสเซอร์ย้ำว่า เอเชียยังคงเป็นลำดับความสำคัญหลักของบริษัท และเป็นหัวใจสำคัญของความต้องการพลังงานทั่วโลก.

เครดิตภาพ : REUTERS