ภาพยนตร์เรื่อง “The Ice Age Adventures of Buck Wild” มีความยาว 1 ชม. 21 นาที เป็นแนวแอนิเมชั่น กำกับโดย จอห์น ซี. ดอนกิน ผู้ผลิต “Ice Age: Continental Drift” เขียนบทโดย จิม เฮชท์ จาก Ice Age: The Meltdown, เรย์ เดอลอเรนติซ จาก Fairly Odd Parents และวิล ชิฟริน จาก Bunsen is a Beast สร้างสรรค์เรื่องราวโดย จิม เฮชท์ กับ ลอรี ฟอร์ต ผู้อำนวยการสร้างแฟรนไชส์ “Ice Age”

ในภาคนี้เป็นเรื่องของ “แครช” และ “เอ็ดดี้” ฝาแฝดพอสซัมตัวแสบ เมื่อพวกเขาหนีจากฝูงแมมมอธ “แมมนี่-เอลลี่” แบบไม่บอกลาเพราะอยากออกไปผจญภัยในโลกกว้าง โดยพุ่งเป้าไปยังดินแดนที่สาบสูญอย่าง Lost World สถานที่อันตรายที่สุด เพื่อไปหา “บั๊ค ไวด์” วีเซิลนักล่าตาเดียว เพื่อขอติดตามเรียนรู้การใช้ชีวิตตามแบบฉบับนักล่าจริง ๆ แต่ปรากฏว่าพวกเขาเข้ามาผิดจังหวะ เมื่อ “ออร์สัน” ไดโนเสาร์หัวโต คู่ปรับคนใหม่ของ “บั๊ค” พาฝูงไดโนเสาร์แร็ปเตอร์บุกจู่โจมบุกยึดดินแดน โชคยังดีที่ “บั๊ค” ได้รับความช่วยเหลือจากสกั้งสาว “ซี” หนึ่งในทีมที่เคยช่วยเหลือกันมาก่อน ขณะเดียวกันฝูงของ “แมนนี่-เอลลี” คู่แมมมอธก็ยังเดินทางออกตามหาฝาแฝดพอสซัมแบบไม่หยุดหย่อน เรื่องวุ่น ๆ ของ 2 พอสซัม กับ 1 วีเซิล จะเป็นอย่างไร เปิดสตรีมให้ชมกันแล้วบน Disney+ Hotstar เท่านั้น

ทำความรู้จักตัวละครสำคัญพร้อมผู้ให้เสียงใน “The Ice Age Adventures of Buck Wild”
“บั๊ค ไวด์” กลับมาเป็นตัวละครหลักในภาคนี้ รับประกันว่าดูเท่กว่าภาคไหน ๆ หลังจากเขาปรากฏตัวในภาค Ice Age: Dawn of the Dinosaurs” (2009) ก่อนจะไปขโมยซีนใน “Ice Age: Collision Course” (2016) การกลับมาของ “วีเซิลนักล่า” เป็นอะไรที่ดูแล้วมีเสน่ห์มาก มีความตลกและแปลกประหลาด ด้วยนิสัยที่ชอบผจญภัยและสำรวจไปเรื่อย ๆ วีเซิลผู้นี้เข้าใจความเป็นไปของโลก แม้กระทั่งวัตถุที่ไม่มีชีวิต เช่น สับปะรด ก้อนหิน หรือ ตอไม้ ถึงขนาดรับเลี้ยงลูกฟักทองที่ชื่อ “บรอนวิน” คาแรกเตอร์ของเขาดูคล้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ เพราะไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์ชนิดกินพืชหรือกินสัตว์ หากต้องการความช่วยเหลือ “บั๊ค” ก็พร้อมจะลุยให้เสมอ สำหรับตัวคนพากย์เสียงอย่าง “ไซมอน เพ็กก์” เขาเคยร่วมเขียนบทและแสดงหนังซิทคอม “Spaced” ก่อนจะร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ เอ็ดการ์ ไรท์ ในเรื่อง “Shaun of the Dead” (2004) รุ่งอรุณแห่งความวายป่วง และที่โด่งดังสุด ๆ กับผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์ “Mission: Impossible ทั้งสามภาคในบทของ “เบนจิ ดันน์” ผู้ช่วยของ “อีธาน ฮันต์” พระเอกของเรื่อง เรียกได้ว่า ทั้งตัวละครและผู้พากษ์ สวมบทบาทได้ตรงกันเป๊ะ

สองพี่น้องฝาแฝดพอสซัม “แครช-เอ็ดดี้” เราได้เจอพวกเขามาตั้งแต่ Ice Age: The Meltdown” (2006) ด้วยคาแรกเตอร์ที่ยียวนกวนประสาท จ้อไม่หยุด สร้างความวายป่วงให้ฝูง มักจะเล่นพิเรนทร์อยู่เป็นประจำ ทั้งสองจะคอยสร้างเสียงหัวเราะจนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ สิ่งที่โดดเด่นและถือเป็นจุดขายของสองพี่น้องฝาแฝดก็คือ ความรักในตัวฝูงและครอบครัวของเขา เพราะถึงแม้จะโดนต่อว่าและดูถูกว่า “อ่อนแอ” ไม่มีกำลังสู้กับใครได้ แต่ก็ยังพยายามช่วยเหลือฝูงมาโดยตลอด ที่แน่ ๆ “แครช-เอ็ดดี้” จะเชื่อฟัง “เอลลี่” แมมมอธสาวขนยาว เป็นอย่างมาก พวกเขานับถือและรัก “เอลลี่” เสมือนเป็นพี่สาวแท้ ๆ
ในส่วนของผู้พากย์ตัวละคร “แครช” ได้นักพากย์ชื่อดังอย่าง “วินเซนต์ ท็อง” มาช่วยให้เสียง แรกเริ่มเดิมที “วินเซนต์” เริ่มต้นอาชีพบนเวทีการแสดงจากเรื่อง West Side Story, La Cage Aux Folles และ Beauty & the Beast ผ่านงานการแสดงจากนั้นก็ไล่ตามความฝันวัยเด็กด้วยการเป็นนักพากย์ได้สำเร็จมีผลงานตั้งแต่ Lego Ninjago, Lego Jurassic World, Mega Man Fully Charged, Iron Man Armoured Adventures, My Little Pony, Super Monsters, The Deep และ Voltron Force ขณะที่บทของ “เอ็ดดี้” ได้ “แอรอน แฮร์ริส” มาคอยให้เสียง ซึ่งในแวดวงงานการแสดงละครในนิวยอร์ก เป็นที่รู้จักดีว่า “เแอรอน” เป็นนักพากย์และนักแสดงตลกที่เก่งมาก เขายังถนัดด้านงานเขียนและงานดนตรีอีกด้วย เวลาที่ทั้งสองให้เสียงโต้ตอบกันไปมาต้องบอกว่าเป๊ะเว่อร์ มุกจิกกัดและชั้นเชิงมากมายถูกปล่อยออกมาได้ฮาตลอด

“ซี” สกังก์สาวผู้เชี่ยวชาญด้านแก๊สยาสลบ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคนี้ คาแรกเตอร์ของเธอดูคล้าย ๆ จอมยุทธ์หญิง หรือ ทหารหญิง มีความดุดันและอ่อนหวาน พร้อมต่อสู้เคียงข้าง “บั๊ค” รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทุกคนในฝูง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม ที่ผ่านมา “ซี” เคยอยู่ในกลุ่มที่คอยต่อสู้เคียงข้างกับ “บั๊ค” แต่ภายหลังเกิดความเห็นไม่ตรงกัน จึงได้แยกตัวออกไป การกลับมาของ “ซี” ทำให้ฝูงของ “บั๊ค” มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า สำหรับผู้ให้เสียงสกังก์สาวก็คือ “จัสติน่า มาชาโด” นักแสดงหญิงมากความสามารถ เธอมีผลงานซีรีส์ตลกยอดฮิตเรื่อง One Day at a Time, ภาพยนตร์เรื่อง Switched before Birth และ All Together Now อีกทั้งยังเคยผ่านการพากย์เสียงให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Tuca & Bertie, Dragons: The Nine Realms, Pupstruction และ Harley Quinn
มาดูฝ่ายตัวร้ายกันบ้าง ในภาคนี้เราจะเจอกับ ไดโนเสาร์หัวโตที่มีชื่อว่า “ออร์สัน” เป็นตัวร้ายที่ดูจะแปลกกว่าตัวร้ายตัวอื่น เขามาพร้อมกับไดโนเสาร์แร็ปเตอร์จำนวนมาก ความเก่งของ “ออร์สัน” คือ ความฉลาดหลักแหลมทันเกม แต่เพราะความทนงตนและคิดจะเป็นใหญ่ จึงทำให้เขามีความทะเยอทะยานเกินตัว สำหรับผู้ให้เสียงไดโนเสาร์ตัวนี้ก็คือ “อัตการ์ช อัมบุดการ์” ที่เพิ่งจะมีผลงานในภาพยนตร์เรื่อง Free Guy ก่อนหน้านี้เคยมีผลงานการแสดงใน ซิตคอม เรื่อง Ghosts , Blindspotting และ Brittany Runs a Marathon

สิ่งหนึ่งที่แฟรนไชส์ภาพยนตร์ “Ice Age” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็เพราะมีฉากแอนิเมชั่นที่สวยงาม นำเสนอเรื่องราวของชีวิตสัตว์ในสมัยดึกดําบรรพ์ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ ไดโนเสาร์นักล่าผู้หิวโหย มนุษย์ดึกดำบรรพ์ อันตรายจากสภาพแวดล้อม รวมทั้งสัตว์ประหลาดแปลก ๆ บทบาทของตัวละครมีความน่ารัก โดดเด่นไปตามคาแรกเตอร์ สนุกสนาน ป่วนฮา มีดราม่าซาบซึ้งปนกันไป สำคัญที่สุดคือ เนื้อหาในเรื่องจะแฝงไปด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตมากมาย เน้นไปในด้านการเข้าอกเข้าใจกันในหมู่ครอบครัวและเพื่อนฝูง ความสามัคคีในการช่วยเหลือเกื้อกูล และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เรียกว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นคุณภาพ ที่คุณพ่อ-คุณแม่ ผู้ปกครอง สามารถให้ลูกหลานดูได้อย่างสบายใจ 100% ยิ่งถ้าเด็ก ๆ บ้านไหนกำลังอินไดโนเสาร์ละก็ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
“The Ice Age Adventures of Buck Wild” พร้อมให้สตรีมแล้ววันนี้บน Disney+ Hotstar หรือคลิก https://www.hotstar.com/th/movies/the-ice-age-adventures-of-buck-wild/1260080202/watch



