เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ร.ต.อ.ไพรัช บัวสาย รอง สวป.สภ.เทนมีย์ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดคฤห์ หมู่ 4 บ้านตระแบก ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า มีสามเณรที่วัดได้หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งพระและสามเณรพยายามช่วยกันค้นหาแล้วแต่ยังไม่พบตัว เกรงว่าจะได้รับอันตรายเพราะที่วัดมีสระน้ำอยู่ด้วย จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยลงมาตรวจสอบให้ด้วย หลังรับแจ้งจึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยและทีมค้นหาทางน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากการสอบถามพระอุทัย หิติกาโม อายุ 59 ปี พระลูกวัด ทราบว่าสามเณรที่หายไปคือ สามเณรจุก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เจอครั้งสุดท้ายหลังกลับจากเลิกเรียนหนังสือเวลาประมาณ 4 โมงเย็นวานนี้ จากนั้นก็ไม่เห็นอีก เจ้าอาวาสจึงให้พระและสามเณรที่วัดช่วยกันค้นหา แต่ก็ไม่พบตัว วันนี้เลยได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายหรือเหตุร้าย เพราะภายในวัดมีสระน้ำอยู่ด้วย และตอนนี้เจ้าอาวาสกำลังไปที่บ้านพ่อแม่ของสามเณรจุกเผื่อจะหนีกลับไปที่บ้านแต่ก็ยังไม่พบตัว

จากนั้น ร.ต.อ.ไพรัช จึงได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ตามเส้นทางที่คาดว่า สามเณรจุก จะใช้เดินผ่านเพื่อกลับไปบ้าน และหากไม่พบตัวก็จะให้ทีมค้นหาทางน้ำลงไปตรวจสอบภายในสระน้ำในวัด ต่อมาได้รับแจ้งจากนายวัฤชนะ สมานสวน ผู้ใหญ่บ้านแสลงพันธ์ ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่าเมื่อคืนมีชาวบ้านพบเห็นบุคคลลักษณะคล้ายกับสามเณรจุก เดินอยู่แถวทุ่งนาป่าบ้านกระทม หมู่ 4 ต.สำโรง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัย พร้อมด้วยพระและสามเณรที่วัดจึงได้เดินทางไปยังจุดที่ได้รับแจ้ง ก่อนที่จะเจอตัวสามเณรจุกกำลังนั่งกินผัดมาม่าอยู่ที่หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสำโรง ต.สำโรง ห่างจากที่รับแจ้งประมาณ 2 กม. และห่างจากวัดคฤห์ประมาณ 15 กม. ท่ามกลางความดีใจและโล่งใจของพระและเพื่อนสามเณรด้วยกัน

โดยสามเณรจุก ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรยและหิวโซเนื่องจากไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว เนื้อตัวมอมแมม จากการสอบถามทราบว่า สาเหตุที่หนีออกมาจากวัดเพราะว่าคิดถึงบ้านและโยมพ่อโยมแม่ที่อยู่บ้านถนน ต.สำโรง ห่างจากตรงนี้ประมาณ 5 กม. ส่วนเสื้อผ้าที่นำมาใส่ได้เอามาจากในลังที่อยู่บนศาลาวัด เป็นเสื้อและกางเกงเก่าที่ทางวัดเอาไว้เช็ดโต๊ะและต่อไปจะไม่หนีออกมาแบบนี้อีกแล้ว เมื่อคืนเดินทั้งคืนไม่ได้นอนเลย กลัวผีก็กลัว

อย่างไรก็ตามทางเจ้าอาวาสและพระวัดคฤห์ก็ขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีมชุดกู้ภัย รวมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการติดตามออกค้นหาจนสามารถเจอตัวสามเณรจุกได้อย่างปลอดภัย