นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และนายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ปี 2565 จะเป็นปีทองของการเดินหน้าฟื้นฟูอนาคตท่องเที่ยวให้ดีขึ้น แต่ธุรกิจท่องเที่ยวยังเป็นสภาพที่เพิ่งออกจากห้องไอซียู ยังต้องให้น้ำเกลือ เพราะ 84% ของสถานประกอบการท่องเที่ยวทั้งหมด มีพนักงานเหลืออยู่ไม่เกินครึ่งของที่เคยมีมาก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 และ 77% ของธุรกิจที่พักแรม มีพนักงานที่เหลืออยู่ไม่เกินครึ่ง ฉะนั้น หัวใจสำคัญที่จะทำให้พลิกฟื้นท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง จะต้องมีการจัดตั้ง ทัวริสซึ่ม คลินิก ขึ้นมาฝึกทักษะพนักงานใหม่ๆ ซึ่งต้องให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้
ขณะเดียวกัน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนระยะฟื้นตัวปี 2565 จึงเสนอให้รัฐบาลขยายเวลาเงินอุดหนุนค่าจ้างแรงงานเอสเอ็มอี เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อรักษาการจ้างงาน (คนละ 3,000 บาท จำนวนลูกจ้างสูงสุด 200 คน) พร้อมทั้งสนับสนุนค่าจ้างพนักงานใหม่ ที่เป็นนักศึกษาที่จบใหม่ภายใน 5 ปี เพื่อกระตุ้นการจ้างงานในช่วงฟื้นฟู 50% ของเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท และลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมสำหรับนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 เหลือ 2% ตลอดจนลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง 90% สำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งมีศักยภาพด้อยกว่าธุรกิจอื่นเป็นอย่างชัดเจน รวมทั้งขยายเวลาการใช้ขาดทุนสะสมจาก 5 ปี เป็น 10 ปี
น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 4/2564 เท่ากับ 47 สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมากที่สุด แต่พลิกฟื้นดีขึ้นกว่าไตรมาสที่3/2564 ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 7 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 63 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดสถานการณ์ท่องเที่ยวน่าจะดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2565 คือวิกฤติของแรงงานท่องเที่ยว
ขณะที่สถานการณ์ตลอดทั้งปี 2564 มีสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปิดถาวร 6% ของสถานประกอบการทั้งหมด รายได้ของสถานประกอบการในภาพรวมของไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 18% จากสภาวะปกติ ซึ่งดีขึ้นกว่าไตรมาส 2/2564 ที่ 10 % และไตรมาส 3/2564 ที่ 9 แต่ยังต่ำกว่าไตรมาส 1/2564 ที่ 22% ไตรมาสนี้ธุรกิจโรงแรม/ที่พัก เปิดทำการปกติ 86% มีอัตราการเข้าพักในภาพรวมทั่วประเทศ 32% ซึ่งเป็นอัตราการเข้าพักที่ดีที่สุดของปีนี้
อย่างไรก็ตามพบว่าธุรกิจโรงแรม/ที่พักที่เปิดทำการ 57% ยังมีอยู่ในสภาวะขาดทุนหรือไม่มีกำไร แต่ยังเปิดทำการเพื่อประคองธุรกิจและรักษาแรงงานเอาไว้ ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 80,926 บาท/คน/ทริป ซึ่งสูงกว่าก่อนที่จะมีวิกฤติโควิด-19
นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. กล่าวว่า ปี 2565 จะเป็นปีเกิดใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยว จึงเสนอขอรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 200 ล้านบาทให้ สทท.นำมาจัดทำ ทัวริสซึ่ม คลินิก และจัดทำแพลตฟอร์ม ออนไลน์ ท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ และขอความมั่นคงทางนโยบายท่องเที่ยวเพื่อการวางแผนระยะยาวด้านคน การลงทุน การตลาด รวมทั้งขอให้ภาครัฐสนับสนุนรีสตาร์ทธุรกิจ เช่น เที่ยวคนละครึ่ง สนับสนุนเงิน 50 ล้านบาท เพื่อให้รถบัสนำเที่ยวเดือนละ 5,000 คัน ได้มีงานทำและรักษาการจ้างงานไว้
นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. กล่าวว่า ขอรัฐบาลเปิดประเทศแล้วอย่าเปิดๆ ปิดๆ และหลังการเปิดประเทศรอบนนี้ไป 2 เดือน ถ้ามีความมั่นใจเรื่องการดูแลผู้ติดเชื้อได้ดีขึ้น ขอให้พิจารณายกเลิกให้นักท่องเที่ยวตรวจหาเชื้อในไทยด้วย ประเมินว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5-8 ล้านคน จากในปี 2564 มีเพียง 427,869 คน คิดเป็นจำนวนเพียง 1% กว่า ๆ จากปี 2562 ที่มีจำนวน 39.91 ล้านคน ถ้าได้ 8 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศถึง 400,000 ล้านบาท ไม่มีธุรกิจใดสร้างรายได้ขนาดนี้



