วันที่ 29 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม กพช. มีมติเห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า ในการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป มีผลเฉพาะบ้านเรือน ไม่นับรวมกิจการ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่
ทั้งนี้ การคิดคำนวณในอัตราก้าวหน้าของค่าไฟในโครงสร้างใหม่นี้ ยังมีความเข้าใจผิด ไม่ใช่แบบเหมาจ่าย โดยยืนยันว่าค่าไฟเฉลี่ยหากบ้านไหนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย หรือจ่ายค่าไฟอยู่ไม่เกิน 2,200 บาทต่อเดือน จะมีค่าไฟที่ถูกลง และมีผู้ได้รับประโยชน์ 23 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะเป็นโครงสร้างค่าไฟใช้ตลอด 4 ปี หรือตลอดวาระ 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้
“ตัวอย่างโครงสร้างค่าไฟใหม่ ถ้าใช้ไฟฟ้าในเดือนนั้นไม่ถึง 200 หน่วย จะทำให้ค่าไฟถูกลงเยอะถึง 20% แต่ถ้าใครใช้ไฟเกิน 200 หน่วย เช่น เป็นบ้านเดี่ยวมีตู้เย็น เปิดแอร์กลางคืน จะทำให้ค่าไฟถูกลง 10% และถ้าใครจ่ายค่าไฟไม่ถึง 2,200 บาทต่อเดือน จะจ่ายน้อยลงกว่าเดิม”
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ถ้าใครที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 500 หน่วยขึ้นไป ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยยืนยันว่าจะคุ้มและการผ่อนถูกกว่าค่าไฟที่ต้องจ่ายปกติ และเปิดให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 เมกะวัตต์ ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี จะเริ่มรับซื้อได้ในเดือน มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
“เปิดรับซื้อไฟในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย จากเดิมรับซื้อไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ ขยายเป็น 500 เมกะวัตต์ และจะขยายต่อไปอีกครั้งละ 500 เมกะวัตต์ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้กำหนด เหมือนยืมหลังคาบ้านประชาชนผลิตไฟฟ้า”
นอกจากนี้ให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกับ กกพ. ปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายให้เสร็จในเดือน มิ.ย. นี้ และให้ศึกษาแนวทางการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับบ้านอยู่อาศัยดังกล่าว ในอัตราค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม และนำเสนอผลการศึกษาต่อ กพช. โดยเร็ว
ขณะเดียวกันที่ประชุม กพช. มอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณานำเงินผลประหยัดจากมูลค่าการจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซของโรงแยกก๊าซ (Bypass Gas) จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft ในงวดเดือน พ.ค. ถึงเดือน ส.ค. 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ย้ำค่าไฟฟ้าใหม่จะใช้กับไฟบ้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมกังวลว่าจะต้องแบกรับภาระ โดยยืนยันค่าไฟใหม่จะไม่ครอบคลุมโรงงาน ร้านค้า จะไม่ผลักภาระ ซึ่งกลุ่มนี้ยังเป็นอัตราเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง



