“มองไกล เห็นใกล้” อย่างวันก่อน “นายอัคคี” มีโอกาสย่างกรายเข้าไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล บังเอิ้น…บังเอิญ..!! มีแถลงข่าวระดมกวาดล้างอาชญากรรม แต่สะดุดตรงหนึ่งคดีน่าสนใจ คือการจับกุมสองผู้ต้องหาชาวจีนหลอกลงทุนโดยการปั่นยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แลกค่าคอมมิชชั่น มีเหยื่อนับพันคน ความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท
ใช่ครับ 2 พันล้านบาท..!!!! ฟังไม่ผิดเพี้ยน เป็นเม็ดเงินที่ขบวนการนี้หลอกเหยื่อคนไทยได้ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ด้วยความอยากรู้ก็ดิ่งตรงถาม “แม่ทัพนครบาล” พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ได้ความว่า
ชุดสืบสวนตำรวจ 191 ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าถูกกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายชักชวนทำงานทางออนไลน์ ลงทุนร่วมกับแอพพลิเคชั่นชอปปิงออนไลน์ชื่อดัง สร้างคำสั่งซื้อเสมือนจริงให้กับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งผู้เสียหายจะได้รับค่าตอบแทนสูง ระยะแรกได้ผลตอบแทนจริง ต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อได้เชิดเงินของผู้เสียหายไป
ทันทีที่ทราบได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ เร่งตรวจสอบก่อนจับกุม นายอี้หรง และ นายปิน สองชาวจีน พร้อมของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็ม ซิมการ์ดกว่า 57 ชุด
เบื้องต้นรับว่าทำมานานกว่า 1 ปี ทำหน้าที่เป็นคนรับโอนเงินจากผู้เสียหาย และโอนต่อไปยังบัญชีอื่นหรือบัญชีม้าที่เตรียมไว้ โดยใช้ระบบอัตโนมัติหรือ AI โอนเงิน ภายในเวลาไม่กี่วินาทีโอนเงินเป็นจำนวนมาก ท้ายที่สุดจะมีการโอนเงินที่ได้ไปซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล แล้วส่งต่อไปขบวนการ
แม้จับคนร้ายได้..แต่ส่วนตัวแม่ทัพนครบาลยังไม่วางใจ เหตุตัวการใหญ่ยังลอยนวล จึงได้สั่งการให้เร่งรัดนำตัวมาดำเนินคดี ซึ่งเจ้าตัวเล่าผ่านบทสนทนากับนายอัคคีว่า ตำรวจนครบาลให้ความสำคัญกับทุกข์ของชาวบ้าน โดยเฉพาะภัยจากการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันประชาชนได้รับความเดือดร้อนตกเป็นเหยื่อ แต่การสอบสวนบางครั้งอาจไม่มีความชำนาญในส่วนนี้ได้สั่งการให้ทีมสอบสวนของแต่ละ บก. เข้าไปช่วยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และหาแนวทางป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปด้วย ส่วนตัวนายอัคคีเห็นด้วยกับแนวคิดนี้
จะว่าไป..หากให้เปรียบเปรยอุบายเหล่านี้ มิต่างอะไรกับ “เหล้าเก่าในขวดใหม่” ที่เหล่ามิจฉาชีพนำมาใช้ ไม่ต่างจากที่ผ่านมา เพียงแต่เปลี่ยนเรื่องราวไปตามกระแสความสนใจในสังคม
อาศัยรู้เท่าไม่ถึงการณ์-ความไม่รู้เป็นเครื่องมือ หนำซ้ำปัจจุบันมิจฉาชีพสามารถเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายแฝงตัวอยู่ทุกแพลตฟอร์ม ปัญหาเหล่านี้นับวันยิ่งมากขึ้น แต่หามีคนจำไม่!!
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคสุดคลาสสิกที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” หากไม่ฉุกคิดคำเตือน ปล่อยให้เม็ดเงินล่อใจจนขาดความรอบคอบให้ความโลภมาครอบงำ…รับรองได้ช้ำใจเป็นแน่ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน.
นายอัคคี



