เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สําราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายธนพล (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี คนร้ายก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์​แท็กซี่ 5 ราย โดยการทำทีว่าเป็นผู้โดยสาร ก่อนพาไปชิงทรัพย์ในซอยเปลี่ยว โดยตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธในเวลากลางคืน พร้อมยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ จํานวน 3 เครื่อง และพระเครื่อง จํานวน 1 องค์

พล.ต.ท.สําราญ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ รวม 5 ราย ประกอบด้วย นายบรรเจิด (ผู้เสียหายที่ 1) คนขับรถแท็กซี่ได้เดินทางมาแจ้งความในคืนวันที่ 4 ก.พ. เวลา 01.54 น. ที่ สน.คันนายาว ว่าเมื่อวันที่ 3 ก.พ. เวลาประมาณ 22.00 น. ได้ขับรถแท็กซี่รับผู้โดยสารที่บริเวณฝั่งตรงสุเหร่าคลอง 1 ซอย 5 ถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. และได้ขับไปยังถนนหทัยราษฎร์ โดยผู้โดยสารได้พูดจาข่มขู่ให้ส่งทรัพย์สินให้บอกจะไม่ทำร้าย ผู้เสียหายรายนี้จึงได้ส่งทรัพย์สินให้ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงรถหลบหนีไป

ในคืนเดียวกันของวันที่ 4 ก.พ. เวลา 03.55 น. นายชัยรัตน์ คนขับรถแท็กซี่ (ผู้เสียหายที่ 2) ได้มาแจ้งความที่สน.คันนายาว ว่า เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. เวลาประมาณ 01.00 น. ได้รับผู้โดยสารจากตลาดเลียบด่วน มาส่งที่ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง ซอย 3 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ขณะที่รอผู้โดยสารใหม่นั้น ได้มีผู้ต้องหารายดังกล่าว เข้ามานั่งในรถและพูดข่มขู่ว่าให้ส่งทรัพย์สินมีค่ามาทั้งหมด และจะไม่ถูกทำร้าย ผู้เสียหายรายที่ 2 นี้ จึงได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ เมื่อส่งทรัพย์สินให้แล้ว คนร้ายก็ได้ลงจากรถและหลบหนีไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ก.พ. เวลา 23.26 น. นายสมศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่ (ผู้เสียหายที่ 3) มาแจ้งความที่ สน.คันนายาวแจ้งว่า เมื่อวันที่5 ก.พ. เวลาประมาณ 19.00 น. ได้รับผู้โดยสารเป็นชาย จากหทัยราษฎร์ให้ไปส่งที่ตลาดถนอมมิตร เมื่อไปถึงใต้สะพานเลยตลาดถนอมมิตร ผู้ต้องหาได้ควักสิ่งของลักษณะคล้ายมีดออกมา แล้วบอกกับผู้เสียหายรายที่ 3 นี้ว่าขอเงินกินข้าว จากนั้นผู้ต้องหาก็เอามือไปล้วงกระเป๋าเสื้อด้านหน้าของผู้เสียหาย และได้เงินจำนวนหนึ่งไป พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ไปด้วย แล้วจึงลงจากรถหลบหนีไป

ถัดมาในคืนวันที่ 6 ก.พ. เวลา 01.39 น. นายประวุธ คนขับรถแท็กซี่ (ผู้เสียหายที่ 4) ได้มาแจ้งความที่สน.คันนายาว ว่า เวลาประมาณ 00.02 น. ตนได้ขับขี่รถแท็กซี่จากย่านนวมินทร์ปากซอย 94 ได้รับผู้โดยสาร ชายแต่งกายกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีเลือดหมูและได้มาส่งบริเวณใต้ทางด่วนเลยตลาดถนอมมิตรมุ่งหน้ารามอินทรา เวลา 00.24 น. โดยผู้ต้องหาได้ควักมีดจี้ขอเงินและบังคับให้ไปส่งที่ปากซอยนวมินทร์ที่รับมาเหมือนเดิม จากนั้นจึงลงรถหลบหนีไป

จนกระทั่งเวลา 08.38 น. ของวันที่ 6 ก.พ. เช่นเดียวกันกับผู้เสียหายรายที่ 4 ได้มี นายสุวรรณ คนขับรถแท็กซี่ (ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ 5) มาแจ้งความที่ สน.คันนายาว ว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.65 เวลาประมาณ 04.20 น. ได้รับผู้โดยสารจากซอยสุเหล่าคลองหนึ่ง ซอย 4 ถนนสุเหล่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ให้ไปส่งที่ตลาดมารวยถนนหทัยราษฎร์ พอไปถึงไม่ยอมลง ให้ไปส่งที่ซอยกาญจนาภิเษก เข้าซอยประมาณ 300 เมตร จากนั้นบอกให้ผู้เสียหายรายที่ 5 นี้ เปิดไฟ ดับเครื่องแล้วข่มขู่เอาเงิน ผู้เสียหายจึงยื่นเงินจำนวนหนึ่งและพระเครื่องให้ จากนั้นคนร้ายก็ลงรถหลบหนีไป

พล.ต.ท.สําราญ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผลจากการสืบสวนพบว่าพฤติกรรมของคนร้ายมีลักษณะเดียวกัน ทางตำรวจจึงสันนิษฐานว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน จนรู้ตัวผู้กระทำผิดและตามจับกุมได้ โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเรียกแท็กซี่ไปส่งตามจุดหมายที่ระบุ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นสถานที่เปลี่ยว และพอถึงที่เกิดเหตุก็ได้ใช้มีดข่มขู่คนขับแท็กซี่ โดยให้คนขับมอบทรัพย์สินและโทรศัพท์ให้ไป หลังก่อเหตุเสร็จก็หลบหนี โดยไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย ส่วนทรัพย์สินที่ได้ไป ผู้ต้องหายอมรับว่านำไปใช้จ่ายส่วนตัว เนื่องจากไม่มีงานทำ

จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ก็ไม่พบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุหรือต้องคดีอื่นมาก่อน ซึ่งผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่าในคืนวันเดียวกันได้ก่อเหตุทั้งสิ้น 3 ครั้ง และคืนก่อนหน้าอีก 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ได้เงินสดไปจำนวนทั้งสิ้น 11,660 บาท และผู้เสียหายแต่ละคดี ได้มาชี้ยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่าตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้จริง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.