สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่าประชาชนหลายพันคนร่วมกันเดินขบวนไปตามท้องถนน ในกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อวันอังคาร แสดงจุดยืนเดิม คือการเดินหน้าคัดค้าน การเจรจาระหว่างรัฐบาลของประธานาธิบดีอัลแบร์โต เฟอร์นันเดซ กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.44 ล้านล้านบาท) ตามข้อตกลงเมื่อปี 2561 ซึ่งระบุว่า รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องชำระเงินกู้ 3 งวด ตามจำนวนที่ไอเอ็มเอฟกำหนด ระหว่างปี 2565-2567

อย่างไรก็ตาม ทางการอาร์เจนตินายอมรับว่า ไม่สามารถชำระตามจำนวนดังกล่าวได้ไหว จึงเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอต่อไอเอ็มเอฟ เพื่อขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีรายงานว่า เฟอร์นันเดซซึ่งเข้ามาบริหารประเทศ เมื่อปี 2563 ต้องแก้ไขเงื่อนไขบางข้อ เกี่ยวกับการจ่ายคืนเงินกู้ส่วนที่เหลือ และกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ ในการรวมหนี้ทั้งสามงวดเป็นก้อนเดียว แล้วกำหนดเงื่อนไขการชำระใหม่

ขณะที่ไอเอ็มเอฟเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าการเจรจารอบล่าสุด “มีความคืบหน้ามาก” โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในหลักการ แม้กยังต้องมีการหารือร่วมกันอีกหลายรอบ เรื่องนี้ยังคงสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับประชาชน ซึ่งมองไปในทางเดียวกันว่า หากเป็นไปตามนั้นจริง รัฐบาลจะออกมาตรการรัดเข็มขัดมาบังคับใช้ ชาวอาร์เจนตินาจำนวนมากจะยิ่งได้รับผลกระทบ เพราะค่าครองชีพจะยิ่งพุ่งสูง และอัตราเงินเฟ้อ ณ เวลานี้ พุ่งทะยานไปมากกว่า 50% แล้ว
สำหรับข้อตกลงปัจจุบันระหว่างอาร์เจนตินากับไอเอ็มเอฟ เป็นการลงนามเมื่อปี 2561 โดยผู้นำในเวลานั้น คือ ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี ด้วยวงเงิน 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.87 ล้านล้านบาท) สูงสุดในประวัติศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ ที่เคยอนุมัติให้รัฐบาลของประเทศหนึ่งกู้ยืม.
เครดิตภาพ : REUTERS



