ลองกอง ลำต้นไม่กลม มีสันนูน และรอยเว้าอยู่บ้าง ผิวเปลือกค่อนข้างหยาบ ไม่เรียบ แตกกิ่งแขนงภายในเป็นทรงพุ่ม ไม่กลมตรง มีแอ่งเว้าตามรอยของง่ามกิ่งและตามลำต้นให้เห็นเป็นระยะ ลักษณะเป็นรอยสูงต่ำ เป็นคลื่น ๆ ใบรวมมี 5-9 ใบย่อย ใบกว้างประมาณ 2-6 นิ้ว และยาวประมาณ 4-8 นิ้ว มีก้านใบย่อย ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ดำ เป็นมัน และมีรอยหยักเป็นคลื่นหนากว่าใบของลางสาด ผิวใบด้านบน จะเข้มกว่าผิวใบด้านล่าง ปลายใบเรียวแหลม ส่วนโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ออกผลเป็นช่อแน่นติดกับก้านช่อ ลักษณะของผลมีทั้งทรงกลม และทรงยาวรี ซึ่งการที่มีผลในช่อแน่นอาจทำให้รูปทรงของผลแตกต่างกันออกไป ส่วนลักษณะของเปลือก จะหนากว่าลางสาดอยู่มาก เนื้อในผลมีรสหวานหอม
เมล็ดลองกอง มีสารสำคัญที่ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย และรักษาอาการไข้ได้ ช่วยลดความร้อนในร่างกาย หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นไข้ตัวร้อน และยังช่วยลดอาการร้อนในช่องปากได้ด้วย มีการนำเปลือกต้นมาสกัดเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคมาลาเรียได้ เปลือกผล นำไปตากแห้งแล้วเผาให้เกิดควัน ใช้สูดดม เพื่อช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค จากผล มีการนำไปใช้หยอดตา เพื่อช่วยรักษาอาการตาอักเสบ เปลือกต้นลองกอง สามารถนำมาใช้เป็นยาต้มกิน เพื่อช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ ส่วนในใบมีสารประเภท Oleoresin จำนวนมาก จึงมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคท้องร่วง อาการปวดท้องได้ เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิ สารสกัดจากเปลือกต้น สามารถช่วยแก้พิษแมงป่องได้ เปลือกต้น ใช้เป็นยาสมานแผล
การรับประทานลองกองอาจจะต้องระวัง เพราะก่อนบริโภคลองกองควรล้างเปลือกให้สะอาด เพราะอาจมีฝุ่นละออง สารเคมี และเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ ควรบริโภคด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย เพราะหากสัมผัสโดนยางโดยรอบของเปลือกลองกอง อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่ควบคุมปริมาณน้ำตาล หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ควรจำกัดปริมาณการบริโภคลองกองเพื่อหลีกเลี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูง หากบริโภคลองกองแล้วพบว่าลิ้น เพดานปาก ลำคอ หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมีอาการบวม ควรหยุดบริโภคทันทีและรีบไปพบคุณหมอ



