วานนี้ (19 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจของหญิงสูงวัยในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้ตายคือ โดนิเก โกชาจ วัย 56 ปี พลัดตกลงไปในท่อระบายน้ำและซ่อมบำรุงที่ไม่มีฝาปิด ย่านแมนแฮตตัน ในช่วงดึกของคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพยานในที่เกิดเหตุเผยว่า ได้ยินเธอตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังซ้ำๆ ว่า “ฉันจะตายอยู่แล้ว”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. บริเวณหน้าอาคารแฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์หรู “คาร์เทียร์” ใกล้กับถนนสาย 52 และฟิฟธ์อเวนิว รายงานข่าวระบุว่า โกชาจ ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบรีอาร์คลิฟฟ์แมนเนอร์ เขตเวสต์เชสเตอร์ ทางตอนเหนือของนครนิวยอร์ก ได้ขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มาจอดในบริเวณดังกล่าว แต่หลังจากที่เธอเปิดประตูลงจากรถและก้าวเดินเพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็ร่วงดิ่งลงไปในท่อลึกประมาณ 3-4.5 เมตรทันที

โดนิเก โกชาจ

คาร์ล วูด เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปทำงานและเห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้ต่อหน้าต่อตา เล่าว่า ท่อบำรุงรักษาของบริษัทพลังงาน “คอน เอดิสัน” ที่เปิดโล่งอยู่นั้น อยู่ใกล้ประตูรถเอสยูวีของผู้ตายมาก  ทันทีที่เธอตกลงไป วูดได้รีบวิ่งเข้าไปหาและโทรฯ แจ้งเหตุฉุกเฉิน ขณะที่นางโกชาจส่งเสียงร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเบื้องล่างว่าเธอกำลังจะตาย แต่เสียงร้องอันน่าเวทนานั้นกลับเงียบหายไปในเวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจะเดินทางมาถึง

ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ พยานและผู้เห็นเหตุการณ์คนอื่นๆ ต่างพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ โดยมีพลเมืองดีรายหนึ่งพยายามหย่อนตัวลงไปเพื่อให้เธอจับขาไว้ จะได้ดึงตัวขึ้นมา ขณะที่อีกคนนำบันไดมาช่วย แต่ก็สั้นเกินไป 

วูดยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ความลึกจะไม่มากนัก แต่ภายในท่อนั้นน่าจะร้อนจัดและมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจเป็นน้ำร้อนจัดจนมีไอน้ำ รวมถึงมีสภาพอากาศที่ย่ำแย่มาก สอดคล้องกับภาพที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องสวมหน้ากากออกซิเจนขณะกู้ภัย และในเช้าวันต่อมายังพบซากซองบรรจุผ้าห่มรักษาแผลไฟไหม้ตกอยู่บนพื้นถนน

หลังจากเจ้าหน้าที่นำร่างที่หมดสติและไม่มีการตอบสนองของโกชาจขึ้นมาจากท่อได้สำเร็จ ก็นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์นิวยอร์ก-เพรสไบทีเรียน/วีล คอร์เนลล์  อย่างเร่งด่วน ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งขณะนี้สถาบันนิติเวชกำลังเร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

ทางด้านบริษัทคอน เอดิสัน ได้ออกแถลงการณ์ที่น่าตกใจว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบว่าก่อนเกิดเหตุเพียง 12 นาที ได้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่แบบหลายเพลาเลี้ยวจากฟิฟธ์อเวนิวเข้าสู่ถนนสาย 52 และขับทับฝาท่อจนทำให้ฝาเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติ จากนั้นนางโกชาจก็ขับรถมาจอดบริเวณนั้นพอดี

อย่างไรก็ตาม นายวูด ซึ่งเป็นพยานยืนยันหนักแน่นว่า แม้ฝาท่อจะวางอยู่ข้างๆ ท่อที่เปิดอยู่ แต่ในบริเวณนั้นกลับไม่มีกรวยจราจรสีส้ม แผงกั้น หรือป้ายเตือนภัยใดๆ ตั้งอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

โศกนาฏกรรมครั้งนี้สร้างทั้งความหวาดผวาและความไม่พอใจแก่ชาวนิวยอร์กที่ทำงานและสัญจรไปมาในย่านกลางเมืองอันพลุกพล่านเป็นอย่างมาก โดยประชาชนรายหนึ่งกล่าวว่า นี่คือความผิดพลาดที่ร้ายแรงและไม่ควรเกิดขึ้น เพราะปกติแล้วจุดซ่อมบำรุงเหล่านี้จะต้องมีการปิดกั้นอย่างแน่นหนา ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ ต่อสื่อมวลชน

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook/Donika Gocaj, FNTV