จากกรณี “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุทางรถไฟ บริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว โดยขอเวลา 3 เดือน ถ้าเราจะไม่มีรถไฟวิ่งเข้าสู่ กทม. เลย ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากตะวันออก จะหยุดแค่ลาดกระบัง ทางใต้หยุดที่ตลิ่งชัน ใช้ ขสมก. หรือรถไฟฟ้าสายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในกรณีที่ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะศึกษาว่าซัพพอร์ตอย่างไร ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : “คมนาคม” สั่งเข้ม “รถไฟ” ไม้กั้นไม่ลง “ห้ามเดินรถ” เด็ดขาด “พิพัฒน์” ลั่นหากพบตนละเลย พร้อมรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ “Drama-addict” ได้ออกมาเผยเรื่องร้องเรียนจากใจคนใช้ขนส่งสาธารณะ ที่ออกมาตั้งคำถามถึง “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม โดยจากกระแสข่าวที่กระทรวงคมนาคมจะสั่งงดรถไฟธรรมดา/ชานเมืองวิ่งเข้าสถานีชั้นใน (หัวลำโพง) เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟชนรถ บอกเลยว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผลักภาระ และทำลายชีวิตคนรายได้น้อย
โดยเพจ Drama-addict ระบุข้อความว่า “ลูกเพจฝากมาครับฝากทางท่านรองนายกรัฐมนตรีพิจารณา จ่าคะ มีเรื่องร้องเรียนและอยากให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้คนหาเช้ากินค่ำ ที่ใช้รถไฟชานเมืองหน่อยค่ะ จากกระแสข่าวที่กระทรวงคมนาคมจะสั่งงดรถไฟธรรมดา/ชานเมืองวิ่งเข้าสถานีชั้นใน (หัวลำโพง) เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟชนรถเนี่ย บอกเลยว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผลักภาระ และทำลายชีวิตคนรายได้น้อยแบบยับๆ เลยค่ะจ่า”

นอกจากนี้ “ลองดูตัวเลขค่าเดินทางจริงของหนูนะคะ (สายตะวันออก) ปัจจุบันนั่งรถไฟจากสถานีเปรง เข้าเมืองไปลงพญาไท เสียค่าตั๋วแค่ 9 บาท (ไป-กลับ 18 บาท/วัน) ถ้าใช้นโยบายใหม่ รถไฟโดนตัดระยะให้หมดระยะแค่สถานีลาดกระบัง (เสียค่ารถไฟ 4 บาท) แล้วโดนบังคับให้ไปต่อแอร์พอร์ตลิงก์เข้าพญาไทอีก 40 บาท รวมขาไปเที่ยวเดียวล่อไป 44 บาท (ไป-กลับรวม 88 บาท/วัน) จากวันละ 18 บาท เด้งไปเป็น 88 บาท แพงขึ้นเกือบ 5 เท่าตัว เงินเดือนคนหาเช้ากินค่ำ หรือมนุษย์เงินเดือนตัวเล็กๆ โดนค่าเดินทางกินหมดแน่นอนค่ะ”
ทั้งนี้ “แล้วไม่ใช่แค่หนูคนเดียว คนที่นั่งสายตะวันออกทั้งหมดที่จะเข้าเมือง หรือคนที่เดินทางยาวไปจนถึงหัวลำโพง เดือดร้อนกันหมด ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ที่ขนสัมภาระมาขาย ผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้ป่วยที่จะนั่งรถไฟไปโรงพยาบาลหลักๆ ในเมือง (เช่น รพ.รามาฯ, รพ.ราชวิถี) การสั่งหยุดรถไฟดื้อๆ แบบนี้ บีบให้พวกเขาต้องหอบกระเป๋า หอบของพะรุงพะรัง ลงไปต่อรถสาธารณะหลายต่อ ทั้งเหนื่อย ทั้งเปลืองเงินเพิ่มอีกหลายเท่า โดยที่ระบบตั๋วร่วมหรือมาตรการชดเชยค่าส่วนต่างตรงนี้รัฐยังไม่มีอะไรรองรับเลยสักอย่าง เข้าใจว่าอยากแก้ปัญหาอุบัติเหตุ แต่วิธีตัดระยะรถไฟหนีปัญหาแบบนี้มันคิดตื้นเกินไปไหม ฝากจ่าช่วยกระทุ้งประเด็นนี้หน่อยค่ะ คนเดือดร้อนกันเป็นหมื่นเป็นแสนคนเลยค่ะจ่า”
ขอบคุณข้อมูล : Drama-addict



