สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่านายดมิโทร คูเลบา รมว.การต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการถึงรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีการชี้แจงตามกรอบอนุสัญญาเวียนนา และข้อตกลงด้านความมั่นคงร่วมกัน ตามแนวทางองค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) เกี่ยวกับการลดความขัดแย้งทางทหาร และการสนับสนุนด้านความมั่นคงให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง


อย่างไรก็ตาม ไม่มีการตอบสนองจากรัฐบาลมอสโก คูเลบาจึงกล่าวเพิ่มเติม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าขั้นตอนต่อไป คือการเดินหน้าขอเจรจากับรัฐบาลมอสโก “ภายใน 48 ชั่วโมง”


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า เขาต้องการให้ฝ่ายตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ “แสดงหลักฐานที่ชัดเจน” ว่ารัสเซียจะใช้มาตรการทางทหารกับยูเครนจริง และมีการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน อีกครั้งด้วย ซึ่งเซเลนสกีได้เชิญผู้นำสหรัฐให้เยือนกรุงเคียฟอย่างเป็นทางการ “เพื่อแสดงความสนับสนุนอย่างแท้จริง” แต่ทำเนียบขาวยังคงสงวนท่าที


ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงของทำเนียบขาว ยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียต่อยูเครน “สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ” หลังก่อนหน้านั้นกล่าวว่า การโจมตีจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ก.พ โดยซัลลิแวนชี้แจงประเด็นดังกล่าว ว่าฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลวอชิงตันพยายามทุกวิถีทาง เพื่อป้องปราม “การโจมตีแบบสายฟ้าแลบ” ของรัสเซีย ซึ่งอาจเปิดฉากด้วยการระดมยิงขีปนาวุธหรือระเบิด


ทั้งนี้ ซัลลิแวนกล่าวว่า สหรัฐซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนาโต พร้อมร่วมปกป้องอธิปไตยของสมาชิกด้วยกัน ตามที่บัญญัติในมาตรา 5 ของกฎบัตรนาโต ที่ระบุว่า หากสมาชิกประเทศใดถูกคุกคามและรุกรานจากปรปักษ์ เท่ากับว่า สมาชิกนาโตทั้งหมดถูกโจมตีเช่นกัน อนึ่ง ยูเครนไม่ใช่สมาชิกของนาโต.

เครดิตภาพ : REUTERS